
History of TAG Heuer - ย้อนประวัติศาสตร์ 164 ปี กับตำนาน เจ้าแห่งความเร็ว | Auction House
History of TAG Heuer - ย้อนประวัติศาสตร์ 164 ปี กับตำนาน เจ้าแห่งความเร็ว

TAG Heuer (แท็ก ฮอยเออร์) แบรนด์นาฬิกาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 160 ปี โดดเด่นเป็นพิเศษด้วยนาฬิกา Chronograph อีกทั้งยังได้สร้างตำนานในฐานะผู้รักษาเวลาในการแข่งขันกีฬาระดับโลก และได้ครองตลาดในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาที่ออกแบบมาเพื่อการแข่งรถ ซึ่งในครั้งนี้ Auction House จะพาทุกคนมาดูเส้นทางความเป็นมาของแบรนด์ TAG Heuer ตั้งแต่แรกเริ่มสมัยแบรนด์ Heuer จนกลายมาเป็น TAG Heuer ในทุกวันนี้
Prolouge - จุดเริ่มต้นของ TAG Heuer

เส้นทางของ TAG Heuer ได้เริ่มต้นขึ้นในปี 1860 เมื่อ Edouard Heuer ชายหนุ่มวัย 20 ปี ได้ก่อตั้งโรงงานผลิตนาฬิกาขนาดเล็กอยู่ที่เมือง St-Imier (แซงต์-อิมิเยร์) รัฐ Jura (จูรา) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีชื่อโรงงานเป็นภาษาอังกฤษว่า "Watchmaker Heuer AG" (Uhrenmanufaktur Heuer AG) ซึ่งในช่วงยุคนี้จะผลิต Pocket Watch หรือ นาฬิกาพกที่ทำจากเงินเป็นหลักเท่านั้น ซึ่งกิจการก็ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น หลังจากนั้นพวกเขาได้ย้ายโรงงานไปที่เมือง Brugg ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้เปลี่ยนชื่อเป็น Edouard Heuer & Compagnie ในปี 1864 และต่อมาในปี 1867 ก็ได้ย้ายเมืองอีกครั้งไปที่ Bienne (เบียนน์) ในแคว้น Bern (เบิร์น) โดยบริษัทได้ดำเนินกิจการอยู่ที่เมือง Bienne (เบียนน์) เป็นเวลานานกว่า 100 ปี
Chapter 1 - ยุคแห่งการบุกเบิก

จุดเปลี่ยนสำคัญของวงการนาฬิกาเกิดขึ้นในปี 1869 เมื่อนาฬิกาในยุคนั้นจะต้องทำการขึ้นลานผ่านการใช้กุญแจที่มาพร้อมกับนาฬิกา ซึ่งทำให้ใช้งานได้ไม่สะดวกมากนัก โรงงาน Heuer ในสมัยนั้นจึงได้คิดค้นนาฬิกาพกที่สามารถขึ้นลานผ่านเม็ดมะยมได้ พร้อมจดสิทธิบัตรขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งนวัตกรรมนี้กลายเป็นที่นิยมอย่างมากและถือเป็นอีกจุดเปลี่ยนที่สำคัญของอุตสาหกรรมนาฬิกาเลยทีเดียว
โดยในปี 1887 เขาได้พัฒนาและต่อยอดกลไกโครโนกราฟ จนในที่สุดก็ออกมาเป็นนวัตกรรม “Oscillating Pinion Mechanism” และได้จดสิทธิบัตรขึ้นมาใหม่ โดยกลไกนี้ทำให้สามารถกดเริ่มและหยุดการจับเวลาได้ทันทีจากเพียงปุ่มกดเดียว
หลังจากนั้น ผ่านไปเพียง 5 ปี แบรนด์ Heuer ก็ได้จดสิทธิบัตรกลไกโครโนกราฟ (Chronograph) ของตัวเองได้สำเร็จ แต่แล้ว Edouard Heuer ผู้ก่อตั้งแบรนด์ก็ได้เสียชีวิตลงในปีเดียวกัน ซึ่งเขาก็ได้ส่งต่อกิจการที่กำลังเติบโตให้กับ Jules-Edouard ลูกชายของเขา ให้เข้ามาเป็นผู้รับช่วงบริหารต่อไป
Chapter 2 - วิวัฒนาการนาฬิกา Chronograph

เข้าสู่ศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นยุคสมัยใหม่ เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้มีการเปลี่ยนแปลงและถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งทางแบรนด์ Heuer ก็ได้พัฒนาต่อยอดนาฬิกาโครโนกราฟของตัวเองอย่างต่อเนื่องให้เข้ากับยุคสมัย เช่น ในปี 1908 ได้สร้างสรรค์นาฬิกาจับเวลาสำหรับใช้ในการแพทย์ ทำให้แพทย์สามารถวัดชีพจรได้ อีกทั้งยังสร้างสรรค์ Time of Trip นาฬิกาจับเวลาที่สามารถนำไปติดตั้งบนหน้าปัดรถยนต์ และเครื่องบินได้
ผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการในการแข่งขัน

ต่อมาในปี 1914 ทาง Heuer ได้เปิดตัวนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟเรือนแรกของแบรนด์ได้สำเร็จ นอกจากนี้แล้ว Heuer ยังประสบความสำเร็จในการสร้างสรรค์ Mikrograph นาฬิกาจับเวลาที่มีความละเอียดสูง ซึ่งทั้งหมดนี้ทาง Heuer ได้จดสิทธิบัตรไว้เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งแบรนด์ Heuer ยังได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการในการแข่งขันโอลิมปิกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเป็นผู้จับเวลาในการแข่งขันเหล่านี้ทำให้ชื่อเสียงของแบรนด์ Heuer กระจายไปอย่างรวดเร็ว และต่อมาก็ยังได้เป็นผู้จับเวลาในการแข่งขันระดับโลกอีกมากมาย
ยุคนาฬิกาข้อมือ

หลังจากที่ Heuer ได้มีการพัฒนานาฬิกาจับเวลาและนาฬิกาพกโครโนกราฟเป็นจำนวนมาก แบรนด์ Heuer ก็เลือกที่จะพัฒนาการผลิตนาฬิกาข้อมือโครโนกราฟ จนในที่สุดก็สามารถผลิตออกมาได้หลากหลายรุ่น เช่น The Flieger เป็นนาฬิกาโครโนกราฟสไตล์ Pilot หรือรุ่นพิเศษอย่าง The Solunar ที่สามารถคำนวณเวลาน้ำขึ้นน้ำลง จากข้างขึ้นข้างแรมได้อีกด้วย นอกจากนี้แล้วแบรนด์ Heuer ก็ได้เริ่มเห็นความสำคัญของการสร้างแบรนด์ จึงได้สร้างสรรค์โลโก้ที่เป็นรูปโล่ ที่มาพร้อมคำว่า Heuer ขึ้นมา และในปี 1940 ทางแบรนด์ก็ได้เริ่มนำโลโก้นี้มาประดับบนนาฬิกาทุกเรือน
Chapter 3 - The Golden Age

ในปี 1958 Jack Heuer (แจ็ค ฮอยเออร์) ทายาทรุ่นที่สี่ของตระกูล Heuer ได้เข้ามาบริหารกิจการของครอบครัว โดยเขามุ่งมั่นนำพาบริษัทเข้าสู่โลกของมอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการแข่งขันระดับสมัครเล่น ไปจนถึงการร่วมงานกับทีมชื่อดังอย่าง Ferrari ในรายการแข่งฟอร์มูล่าวัน
Heuer นาฬิกาเรือนแรกที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ

ในปี 1962 แบรนด์ Heuer ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ ซึ่งนาฬิกาเรือนนี้รู้จักกันในชื่อ "Heuer 2915" โดยนักบินอวกาศ John Glenn ได้สวมใส่ในภารกิจ FRIENDSHIP-7 ที่มีเป้าหมายนำยานอวกาศโคจรรอบโลกครบ 3 รอบ โดยเขาใช้ Heuer 2915 ในการจับเวลาภารกิจทั้งหมด
จุดเริ่มต้นของคอลเลกชันแบรนด์ Heuer

นอกจากนี้ ในปีเดียวกัน ทางแบรนด์ได้ปรับเปลี่ยนจากการใช้หมายเลขอ้างอิงมาเป็นการตั้งชื่อรุ่นให้กับนาฬิกา โดยเริ่มต้นจากการเปิดตัว "Autavia" ซึ่งเป็นคอลเลกชันแรกของแบรนด์ที่ใช้ชื่อเฉพาะ โดยชื่อ "Autavia" นี้มีที่มาจากนาฬิกาจับเวลาติดแผงหน้าปัดที่ Heuer ผลิตขึ้นในปี 1933 โดยเป็นการผสมคำระหว่าง "AUTomobiles" และ "AVIAtion"
ในปีถัดมา 1963 คอลเลกชันในตำนานอย่าง Heuer Carrera ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น โดยชื่อ "Carrera" นี้มาจากการแข่งขันสุดโหด "Carrera Panamericana" ซึ่งเป็นเส้นทางแข่งรถบนถนนสาธารณะในเม็กซิโก โดย Jack Heuer ต้องการสร้างนาฬิกาที่ตอบโจทย์นักแข่ง โดยมีเป้าหมายหลักคือการเป็นนาฬิกาข้อมือที่ใช้งานได้จริงและอ่านง่ายที่สุดขณะขับขี่ อีกทั้งยังสามารถจับเวลาในการแข่งและคำนวณความเร็วได้ จึงเกิดเป็น Heuer Carrera Ref. 2447 ซึ่งทำให้รุ่นนี้กลายเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ และยังคงเป็นหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดมาจนถึงทุกวันนี้
กำเนิดนาฬิกา Automatic Chronograph

ถัดมาในช่วงปลายยุค 60s แม้ในวงการนาฬิกาจะมีนาฬิกาข้อมือ Chronograph หลากหลายรุ่น แต่ยังไม่มีแบรนด์ใดเลยที่สามารถผลิตนาฬิกา Chronograph แบบ Automatic ได้สำเร็จ จึงเกิดการแข่งขันกันระหว่างหลายแบรนด์ในการเป็นเจ้าแรกที่สร้างกลไก Automatic Chronograph สำเร็จ
หนึ่งในกลุ่มผู้พัฒนาได้แก่ Heuer ซึ่งร่วมมือกับ Buren, Hamilton, Breitling และ Dubois Depraz ได้สร้างโปรเจกต์ลับที่เรียกว่า "Project 99" ขึ้นมา และในที่สุดกลไก Automatic Chronograph ของโปรเจกต์นี้ก็ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 1969 ภายใต้ชื่อ "The Chronomatic" ซึ่ง Heuer ตั้งชื่อว่า "Calibre 11" แต่ถึงอย่างนั้นแบรนด์คู่แข่งอย่าง Zenith ได้ชิงเปิดตัวนาฬิกาของตัวเองไปก่อนเพียงไม่กี่เดือน ดังนั้น Jack Heuer จึงได้จับมือกับผู้ผลิตตัวเรือนสัญชาติสวิส เปิดตัวนาฬิการุ่น Monaco 1133B ซึ่งเป็นนาฬิกาโครโนกราฟอัตโนมัติรุ่นแรกของโลกที่มีตัวเรือนกันน้ำในรูปแบบทรงสี่เหลี่ยม โดยในปี 1971 นักแสดงฮอลลีวูดระดับตำนานอย่าง Steve McQueen หรือ "ราชาแห่งความเท่" ได้สวมใส่ Heuer Monaco ในภาพยนตร์เรื่อง Le Mans ส่งผลให้รุ่น Monaco ขึ้นแท่นเป็นนาฬิการะดับไอคอนของวงการแข่งรถ พร้อมทั้งขึ้นเป็นตำนานและเป็นหนึ่งในรุ่นยอดนิยมสูงสุดของแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน
Chapter 4 - TAG Heuer ในยุคปัจจุบัน
การเปลี่ยนผ่าน จาก ‘Heuer’ สู่ ‘TAG Heuer’

ในทศวรรษ 1980 เป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับ Heuer โดยในปี 1985 กลุ่ม Techniques d 'Avant Garde หรือ TAG ได้เข้ามาซื้อกิจการของบริษัท และเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น “TAG Heuer” ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน โดยในปี 1992 แบรนด์ TAG Heuer ยังคงได้รับเกียรติให้เป็นผู้รักษาเวลาอย่างเป็นทางการสำหรับการแข่งขันรถ Formula 1 ซึ่งเป็นการสานสัมพันธ์อันยาวนานกับโลกยานยนต์อย่างต่อเนื่อง
การบริหารภายใต้ LVMH

ต่อมาในปี 1999 บริษัทลักชัวรียักษ์ใหญ่อย่าง LVMH ได้เข้าซื้อ TAG Heuer และได้ย้ายสำนักงานใหญ่ของแบรนด์ไปอยู่ที่ La Chaux-de-Fonds ในปี 2000 ทำให้แบรนด์มีทรัพยากรเพิ่มขึ้น จึงสามารถพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีได้ดียิ่งขึ้น

ในปี 2004 ทางแบรนด์ได้เปิดตัวนาฬิกา "The Monaco V4" ที่มีแนวคิดแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร เพราะกลไก V4 ขับเคลื่อนด้วยสายพานแทนการใช้ฟันเฟืองแบบนาฬิกาทั่วไป ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการทำงานของเครื่องยนต์ และในปีเดียวกันนี้ก็ได้มีการเปิดตัว Aquaracer นาฬิกาดำน้ำที่สามารถครองใจแฟน ๆ ได้เป็นอย่างดี และได้กลายเป็นหนึ่งในคอลเลกชันหลักมาจนถึงในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังได้ต่อยอด Pocket Watch หรือ นาฬิกาพก ให้กลายมาเป็นนาฬิกาข้อมือ Mikrograph, Mikrotimer และ Mikrogirder ตามลำดับ ซึ่งนาฬิกา Mikrogirder เป็นเรือนแรกที่สามารถจับเวลาได้อย่างละเอียดถึง 1/2000th วินาที หมายความว่า เข็มวินาทีโครโนกราฟสามารถหมุนรอบหน้าปัดได้ถึง 20 รอบภายในเวลาเพียง 1 วินาทีเท่านั้น จึงทำให้นาฬิกาเรือนนี้ได้รับรางวัล Grand Prix กลายเป็นสุดยอดนาฬิกาประจำปี 2012 นอกจากนี้แล้ว ทางแบรนด์ยังได้ทุ่มเทในการพัฒนากลไกที่ผลิตขึ้นเองภายในบริษัท อย่าง Calibre 1887 ซึ่งเป็นกลไกจับเวลาแบบอินเฮาส์เครื่องแรกของแบรนด์ โดยในปี 2015 ได้มีการสร้างกลไก Heuer 01 สำหรับรุ่น Carrera และกลไก Heuer 02 ในปี 2019 สำหรับ Monaco ซึ่งเป็นนาฬิการุ่นยอดนิยมของแบรนด์
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Rolex มือสองได้ที่นี่
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Patek Philippe มือสอง ได้ที่นี่
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Audemars Piguet (AP) มือสอง ได้ที่นี่
Auction House เว็บไซต์ ซื้อ - ขาย นาฬิกามือสอง ของแท้ ตรวจสอบราคา Rolex, Patek philippe, Audemars Piguet (AP), Omega, Panerai, IWC, Hublot, Cartier, Franck muller ได้ที่นี่




