Auction House Logo
ใครคือผู้ผลิตนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลกในแต่ละฟังก์ชัน | Auction House
03/26/2026

ใครคือผู้ผลิตนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลกในแต่ละฟังก์ชัน | Auction House

ใครคือผู้ผลิตนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลกในแต่ละฟังก์ชัน

who-created-the-first-watch1

เคยสงสัยไหมว่า ใครคือคนที่คิดค้นแต่ละฟังก์ชันในโลกนาฬิกา?
ตั้งแต่ Tourbillon, Moonphase, Minute Repeater, Perpetual Calendar ไปจนถึง Quartz กลไกต่าง ๆ ได้รับการคิดค้นขึ้น และถูกพัฒนาจนมาอยู่ในนาฬิกาข้อมือได้อย่างไร ใครคือผู้บุกเบิกตัวจริง วันนี้ Auction House จะพาทุกคนมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน

ฟังก์ชัน Tourbillon

who-created-the-first-watch3


จุดเริ่มต้น Tourbillon


นาฬิกา Tourbillon กำเนิดขึ้นครั้งแรกในรูปแบบนาฬิกาพก โดย Abraham-Louis Breguet ช่างนาฬิกาอัจฉริยะชาวฝรั่งเศส ซึ่งย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1801 Abraham-Louis Breguet ได้เผชิญกับโจทย์ที่ยากที่สุดในยุคนั้น นั่นคือ ความไม่แม่นยำของนาฬิกาพก เนื่องจากนาฬิกาสมัยนั้นมักถูกเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อในแนวตั้งเกือบตลอดวัน แรงโน้มถ่วงของโลกจึงกดทับลงบนชุดกลไกหัวใจหลักอย่าง Balance Wheel และ Escapement ในทิศทางเดิมซ้ำ ๆ ส่งผลให้การเดินของเวลาคลาดเคลื่อนไปตามตำแหน่งที่นาฬิกาวางอยู่

เพื่อแก้ปัญหานี้ Breguet จึงนำเสนอทางออกที่โลกต้องจารึก นั่นก็คือกลไก "ทูร์บิยอง" (Tourbillon) ซึ่งในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า "พายุหมุน" ซึ่งเป็นการนำชุดกลไกทั้งหมดบรรจุลงใน "กรง" (Cage) ที่หมุนวนได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อกรงนี้หมุนไปเรื่อย ๆ แรงโน้มถ่วงที่เคยดึงรั้งในตำแหน่งเดิมซ้ำ ๆ จะถูกเฉลี่ยค่าไปทุกองศาของการหมุน 360 องศา ช่วยให้เวลาเดินได้อย่างเที่ยงตรง ไม่ว่าจะวางนาฬิกาไว้ในทิศทางใด

นาฬิกา Tourbillon ข้อมือเรือนแรก

who-created-the-first-watch4


กว่า 130 ปี หลังจากทูร์บิยองถูกคิดค้นขึ้นมา นาฬิกาข้อมือ Tourbillon เรือนแรกก็ถือกำเนิดขึ้น สร้างสรรค์โดย Edouard Belin ช่างชาวฝรั่งเศส ซึ่งสร้างต้นแบบ (Prototype) ไว้ในปี ค.ศ. 1931 ต่อมาในปี ค.ศ. 1947 Omega ก็ได้เปิดตัวนาฬิกาข้อมือ Tourbillon จากฝั่งสวิตเซอร์แลนด์อย่างเป็นทางการ มาในรูปแบบนาฬิกา Dress Watch คลาสสิก โดยตัวกลไก Tourbillon ถูกติดตั้งไว้ด้านหลังของตัวเรือน ทำให้สามารถมองเห็นการทำงานผ่านฝาหลัง ซึ่งนาฬิการุ่นนี้ถูกผลิตขึ้นเป็นต้นแบบ จำนวนเพียง 13 เรือนเท่านั้น ด้วยความหายากและความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ทำให้ในปี ค.ศ. 2017 หนึ่งใน 13 เรือนดังกล่าวถูกนำออกประมูล และทำราคาสูงถึง 1,428,500 ฟรังก์สวิส หรือราว 58 ล้านบาท นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของนาฬิกาข้อมือกลไก Tourbillon

โดย Tourbillon ไม่ใช่แค่สิ่งประดิษฐ์ที่กำเนิดขึ้นเพียงเพื่อความสวยงาม แต่เริ่มต้นจากความพยายามอันแรงกล้าของมนุษย์ที่จะเอาชนะกฎธรรมชาติที่เรียกว่า "แรงโน้มถ่วง"

ฟังก์ชัน Moonphase

who-created-the-first-watch5


จุดกำเนิด Moonphase


Moonphase หรือกลไกแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมของดวงจันทร์ ไม่ได้เกิดจากการประดิษฐ์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นผลจากพัฒนาการทางดาราศาสตร์ที่สั่งสมมายาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ มนุษย์เฝ้าสังเกตการเปลี่ยนแปลงของดวงจันทร์เพื่อกำหนดปฏิทินและคำนวณเวลา จนเกิดการสร้างกลไกที่สามารถจำลองการเคลื่อนที่ของวัตถุบนท้องฟ้าได้ หนึ่งในหลักฐานสำคัญ คือ อุปกรณ์คำนวณทางดาราศาสตร์ (Antikythera Mechanism) ราว 100 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งสามารถคำนวณวัฏจักรของดวงจันทร์และปรากฏการณ์คราส (Eclipses) ได้ และถือเป็นต้นแบบของกลไกดาราศาสตร์ในเวลาต่อมา เมื่อเข้าสู่ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และงานช่างทำให้นาฬิกาดาราศาสตร์ขนาดใหญ่ในยุโรปเริ่มแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมควบคู่กับเวลา และเมื่อวิวัฒนาการการทำนาฬิกาพัฒนาไปสู่ยุคนาฬิกาพก กลไก Moonphase ก็ถูกย่อส่วนลงสู่เรือนเวลาขนาดเล็ก แม้จะยากต่อการระบุผู้คิดค้นรายแรกอย่างชัดเจน แต่มีบันทึกว่า Thomas Mudge ได้สร้างนาฬิกาพกที่มีกลไก Moonphase ในราวปี ค.ศ. 1762 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้การเคลื่อนไหวของดวงจันทร์ถูกถ่ายทอดลงสู่หน้าปัดนาฬิกาอย่างสมบูรณ์ และกลายเป็นหนึ่งในกลไกคลาสสิกที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

นาฬิกาข้อมือ Moonphase เรือนแรก

who-created-the-first-watch7


ในปี ค.ศ. 1925 Patek Philippe ได้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการเปิดตัว นาฬิกาข้อมือ Ref. 97975 ซึ่งนับเป็นนาฬิกาเรือนแรกของโลกที่ผสานกลไก Perpetual Calendar และ Moonphase ไว้ในนาฬิกาข้อมืออย่างสมบูรณ์ ความมหัศจรรย์ของนาฬิกาเรือนนี้ คือสามารถย่อส่วนระบบปฏิทินที่ซับซ้อน และช่องหน้าต่างแสดงจันทรคติลงมาอยู่บนข้อมือได้อย่างสง่างาม ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนโฉมจากเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ให้กลายเป็นงานศิลปะที่สวมใส่ได้

ฟังก์ชัน Minute Repeater

who-created-the-first-watch8


จุดกำเนิด Minute Repeater


ในช่วงทศวรรษ 1680 ซึ่งยังเป็นยุคที่ไฟฟ้ายังไม่ถูกค้นพบ แหล่งกำเนิดแสงสว่างหลักของผู้คนยังคงเป็นแสงจากเทียนไข คืนที่มืดมิดทำให้หน้าปัดนาฬิกากลายเป็นสิ่งไร้ค่า และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ช่างนาฬิกาต้องเปลี่ยนวิธีบอกเวลาจากการ "มองเห็น" มาเป็นการ "ได้ยิน" จนนำไปสู่การสร้างสรรค์กลไกที่ซับซ้อนและมีเสน่ห์ที่สุดอย่าง "Minute Repeater" หรือ กลไกตีบอกเวลา

ประวัติศาสตร์หน้าแรกของกลไก Minute Repeater ถูกจารึกขึ้น เมื่อช่างนาฬิกาชาวอังกฤษสองคน คือ Edward Barlow และ Daniel Quare ต่างอ้างสิทธิ์ว่าเป็นผู้คิดค้นนาฬิกาพกแบบตีบอกเวลา (Repeater pocket watch) ความขัดแย้งนี้นำไปสู่การแทรกแซงของ King James II ซึ่งในปี ค.ศ. 1687 พระองค์ทรงสั่งให้ทั้งสองสร้างนาฬิกาถวายเพื่อทดสอบต่อหน้าคณะกรรมการราชสำนัก และท้ายที่สุด Daniel Quare ได้รับการรับรองสิทธิบัตรอย่างเป็นทางการ นับเป็นหมุดหมายสำคัญของกลไกการตีบอกเวลา

หลังจากนั้น กลไก Minute Repeater ก็ได้รับการพัฒนาและต่อยอดโดยช่างนาฬิกาทั่วยุโรป กระทั่งในปี ค.ศ. 1750 John Ellicott ช่างนาฬิกาในกรุงลอนดอน ได้สร้างนาฬิกาที่สามารถตีบอกเวลาได้ครบทั้งชั่วโมง Quarters หรือ ช่วง 15 นาที และนาทีอย่างสมบูรณ์เป็นครั้งแรก ต่อมาในปี ค.ศ. 1783 Abraham-Louis Breguet ได้ยกระดับคุณภาพเสียงของกลไก ด้วยการเปลี่ยนจากระฆัง (Bells) มาใช้ลวดกง (Gong Springs) ซึ่งให้เสียงที่กังวาน ชัดเจน และกลายเป็นมาตรฐานของ Minute Repeater มาจนถึงปัจจุบัน

นาฬิกาข้อมือ Minute Repeater เรือนแรกของโลก

who-created-the-first-watch10


อีกหนึ่งก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านของกลไก Minute Repeater จากนาฬิกาพกสู่เรือนเวลาบนข้อมือ เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1892 เมื่อ Louis Brandt & Frères ผู้ก่อตั้ง Omega ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการผลิต นาฬิกาข้อมือ Minute Repeater เรือนแรกของโลก โดยใช้กลไกที่ผลิตโดย Audemars Piguet เรือนเวลาขนาด 13 มิลลิเมตร มาพร้อมกลไกตีบอกเวลาขนาดย่อส่วนที่สามารถส่งเสียงบอกชั่วโมง ช่วง 15 นาที และนาทีได้ตามต้องการ ถือเป็นความสำเร็จเชิงวิศวกรรมที่ล้ำหน้าอย่างยิ่งในยุคนั้น ปัจจุบันนาฬิกาเรือนประวัติศาสตร์นี้ยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ของ Omega ในฐานะหลักฐานสำคัญของวิวัฒนาการ Minute Repeater บนข้อมือ

ฟังก์ชัน Self-winding

who-created-the-first-watch11


จุดเริ่มต้นของกลไก Self-winding Mechanism


จุดกำเนิดของกลไก Self-winding หรือระบบขึ้นลานอัตโนมัติ สามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึงช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 เมื่อมีการพัฒนาแนวคิดในการใช้พลังงานจากการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่ มาแปลงเป็นพลังงานสำหรับการเดินของนาฬิกา โดยราวปี ค.ศ. 1777 Abraham-Louis Perrelet ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สร้างนาฬิกาพกแบบอัตโนมัติที่ใช้งานได้จริงเรือนแรก โดยใช้ตุ้มถ่วงแบบแกว่ง (Oscillating Weight) ซึ่งทำงานจากแรงเคลื่อนไหวขณะผู้สวมใส่เดิน ต่อมาในปี ค.ศ. 1778 Hubert Sarton ได้พัฒนาแนวคิดนี้ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบโรเตอร์หมุนแกนกลาง (Central Rotor) ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับระบบอัตโนมัติที่ใช้กันในนาฬิกาสมัยใหม่

นาฬิกาข้อมือ Automatic เรือนแรกของโลก

who-created-the-first-watch13


ในปี ค.ศ. 1923 John Harwood ช่างนาฬิกาชาวอังกฤษได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการจดสิทธิบัตรนาฬิกาข้อมืออัตโนมัติเรือนแรกของโลก ระบบของเขามีความโดดเด่นที่เรียกว่า "Bumper" หรือกลไกตุ้มเหวี่ยงที่เคลื่อนที่กลับไปมาภายในมุม 180 องศา เพื่อสะสมพลังงานส่งต่อไปยังลานนาฬิกา และจุดเปลี่ยนสำคัญ เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1931 เมื่อ Rolex ได้พัฒนาระบบขึ้นลานอัตโนมัติให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยกลไก "Perpetual Rotor" โรเตอร์ที่สามารถหมุนได้เต็ม 360 องศาเป็นครั้งแรก ทำให้การเก็บพลังงานจากการเคลื่อนไหวมีประสิทธิภาพสูงสุด แตกต่างจากระบบก่อนหน้า กลไกนี้เปิดโอกาสให้สามารถขึ้นลานได้ทั้งแบบหมุนเม็ดมะยมด้วยมือ และแบบอัตโนมัติผ่านการทำงานของโรเตอร์ นวัตกรรมนี้ได้กลายเป็นต้นแบบและมาตรฐานของนาฬิกาอัตโนมัติที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

ฟังก์ชัน Waterproof

who-created-the-first-watch14


จุดเริ่มต้นของกลไก Waterproof


แนวคิดเรื่อง "นาฬิกากันน้ำ" เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1864 เมื่อ Alcide Droz & Fils ได้จดสิทธิบัตรนาฬิกาพกรุ่น "L’Impermeable" ซึ่งมักถูกยกให้เป็นหนึ่งในนาฬิกากันน้ำรุ่นแรกของโลก จุดเด่นสำคัญอยู่ที่การออกแบบเม็ดมะยมแบบเกลียวขัน (Screwed-down Crown) เพื่อป้องกันความชื้นไม่ให้เข้าสู่กลไกภายใน นาฬิการุ่นประวัติศาสตร์เรือนนี้ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ International Watchmaking Museum เมือง La Chaux-de-Fonds ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

นาฬิกาข้อมือ Waterproof เรือนแรกของโลก

who-created-the-first-watch16


ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นาฬิกาข้อมือยังถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ที่ค่อนข้างบอบบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเผชิญกับความชื้นซึ่งถือเป็นศัตรูสำคัญ เพราะสามารถก่อให้เกิดสนิมและทำลายกลไกอันละเอียดอ่อนภายในได้ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1926 โลกนาฬิกาก็ได้ก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญครั้งใหม่ เมื่อนาฬิกาเรือนแรกที่สามารถกันน้ำได้อย่างสมบูรณ์ภายใต้ชื่อ "Rolex Oyster" ได้ถูกเปิดตัว โดย Hans Wilsdorf ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Rolex ได้พัฒนาระบบป้องกันน้ำรูปแบบใหม่ ด้วยการออกแบบเม็ดมะยมและฝาหลังแบบขันเกลียว เพื่อปิดผนึกเข้ากับตัวเรือนอย่างแน่นหนา ทำให้สามารถป้องกันความชื้นจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนนิยามของความทนทานไปตลอดกาล อีกทั้งยังได้มีการพิสูจน์ผ่านการใช้งานจริงสุดโหดในปี ค.ศ. 1927 เมื่อ Mercedes Gleitze นักว่ายน้ำหญิงชาวอังกฤษ ได้สวมนาฬิกา Rolex Oyster ว่ายน้ำข้ามช่องแคบอังกฤษท่ามกลางน้ำที่เย็นจัดเป็นเวลานานกว่า 10 ชั่วโมง เมื่อเธอถึงฝั่ง นาฬิกาเรือนนั้นยังคงเดินอย่างเที่ยงตรงและไม่มีน้ำรั่วซึมแม้แต่หยดเดียว เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงการทดสอบผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการประกาศให้โลกรับรู้ว่า ขีดจำกัดของนาฬิกาข้อมือได้ถูกขยายออกไปสู่โลกกว้าง และโลกใต้น้ำอย่างแท้จริง และทุกวันนี้ ตัวเรือนแบบ Oyster ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของนาฬิกาดำน้ำยุคใหม่เสมอมา

ฟังก์ชัน Annual Calendar

who-created-the-first-watch17


จุดเริ่มต้น Annual Calendar


ในประวัติศาสตร์ของกลไกบอกวันที่ Annual Calendar ถือเป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นค่อนข้างใหม่ หากเทียบกับระบบปฏิทินแบบดั้งเดิม ก่อนหน้านั้น นาฬิกาจะมีเพียงสองรูปแบบหลัก คือ ปฏิทินธรรมดา (Simple Calendar) ที่ผู้ใช้ต้องปรับวันที่เองทุกครั้งเมื่อสิ้นเดือนที่มี 30 วัน และปฏิทินถาวร (Perpetual Calendar) ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1762 มีความซับซ้อนสูง สามารถคำนวณวัน เดือน ปี และปีอธิกสุรทินได้อย่างแม่นยำโดยอัตโนมัติ แต่ก็มาพร้อมต้นทุนการผลิตและราคาที่สูงมาก

เพื่อเติมเต็มช่องว่างระหว่างความสะดวกและความซับซ้อนนี้ ในปี ค.ศ. 1996 Patek Philippe ได้คิดค้นและจดสิทธิบัตรกลไก "Annual Calendar" เป็นครั้งแรกของโลก นับเป็นก้าวสำคัญที่สร้างสมดุลใหม่ให้กับวงการเรือนเวลา

นาฬิกา Annual Calendar เรือนแรก

who-created-the-first-watch19


นาฬิการุ่นแรกที่มาพร้อมกลไกนี้คือ Patek Philippe Ref. 5035 ซึ่งเปิดตัวในปีเดียวกัน ความอัจฉริยะของ Annual Calendar อยู่ที่ความสามารถในการแยกแยะเดือนที่มี 30 และ 31 วันได้โดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้สวมใส่ต้องปรับวันที่เพียงปีละครั้งเท่านั้น ในช่วงเปลี่ยนจากปลายเดือนกุมภาพันธ์เข้าสู่ต้นเดือนมีนาคม

กลไกนี้ ไม่ใช่เพียงการลดทอนความซับซ้อนของ Perpetual Calendar แต่เป็นการออกแบบระบบเฟืองใหม่ทั้งหมด เพื่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ด้วยความลงตัวระหว่างความก้าวหน้าทางวิศวกรรม ความสะดวกในการใช้งาน และระดับราคาที่เข้าถึงได้มากกว่า Perpetual Calendar ส่งผลให้ Patek Philippe Ref. 5035 ได้รับรางวัล "Watch of the Year" ในปีที่เปิดตัว และกลายเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของพัฒนาการกลไกปฏิทินบนข้อมือ ซึ่งสะท้อนถึงปรัชญาของช่างนาฬิกา ที่ไม่หยุดนิ่งในการแก้ปัญหา เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้งาน

กลไก Quartz

who-created-the-first-watch20


จุดเริ่มต้นของ นาฬิกากลไก Quartz


ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา โลกของนาฬิกาถูกขับเคลื่อนด้วยกลไกจักรกลที่อาศัยฟันเฟือง และสปริงเป็นหัวใจสำคัญ จนกระทั่งวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1969 ประวัติศาสตร์ได้เปลี่ยนทิศทาง เมื่อ Seiko เปิดตัวนาฬิกาข้อมือระบบควอตซ์สู่ตลาดอย่างเป็นทางการ นับเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของความเที่ยงตรง โดยหลักการทำงานของ Quartz แตกต่างจากนาฬิกาจักรกลโดยสิ้นเชิง เพราะมีการใช้ "ผลึกควอตซ์" (Quartz Crystal) เป็นตัวกำหนดจังหวะเวลา เมื่อกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไหลผ่าน ผลึกจะสั่นด้วยความถี่ที่สม่ำเสมออย่างยิ่ง ทำให้สามารถควบคุมเวลาได้แม่นยำกว่านาฬิกาจักรกลหลายเท่า

นาฬิกาควอตซ์เรือนแรกของโลก

who-created-the-first-watch22


เรือนเวลาที่จุดประกายการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ Seiko Quartz Astron 35SQ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นนาฬิกาข้อมือควอตซ์เรือนแรกของโลก โดย Astron มีความคลาดเคลื่อนเพียงประมาณ ±5 วินาทีต่อเดือน หรือแม่นยำกว่านาฬิกาจักรกลระดับสูงในยุคนั้นถึงราว 100 เท่า

การมาถึงของ Astron ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวนาฬิกาใหม่ แต่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เรียกว่า "Quartz Crisis" ซึ่งสั่นสะเทือนอุตสาหกรรมนาฬิกาจักรกลของสวิตเซอร์แลนด์อย่างรุนแรง ขณะเดียวกัน การเปิดทางให้เทคโนโลยีควอตซ์แพร่หลายไปทั่วโลก ก็ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงนาฬิกาที่เที่ยงตรง แม่นยำ และมีราคาจับต้องได้มากขึ้น จนกลายเป็นมาตรฐานของเรือนเวลาโลกในเวลาต่อมา และทำให้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงเวลาที่เที่ยงตรงแม่นยำได้อย่างเท่าเทียมกัน มาจนถึงปัจจุบัน

ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Rolex มือสองได้ที่นี่
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Patek Philippe มือสอง ได้ที่นี่
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Audemars Piguet (AP) มือสอง ได้ที่นี่
Auction House เว็บไซต์ ซื้อ - ขาย นาฬิกามือสอง ของแท้ ตรวจสอบราคา Rolex, Patek philippe, Audemars Piguet (AP), Omega, Panerai, IWC, Hublot, Cartier, Franck muller ได้ที่นี่

Recommended Articles