Auction House Logo
 เรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์ Rolex ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้
10/03/2024

เรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์ Rolex ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้

เรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์ Rolex ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้

rolex-facts-you-may-not-know1

Rolex แบรนด์นาฬิกาหรูจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการนาฬิกา และได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็นจากการออกแบบที่เหนือกาลเวลา ความทนทาน หรือความแม่นยำในการบอกเวลา อย่างไรก็ตาม เรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จของ Rolex นั้นกลับมีหลายเรื่องราวที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน โดย Auction House ได้รวบรวมเรื่องราวเหล่านี้มาไว้ให้ทุกคนแล้ว มาติดตามรับชมไปพร้อม ๆ กันได้เลย

รู้หรือไม่ว่า Rolex ก่อตั้งขึ้นโดยชาวเยอรมัน ไม่ใช่ชาวสวิส

rolex-facts-you-may-not-know2

Rolex ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1905 โดย Hans Wilsdorf ชาวเยอรมัน แต่บริษัทนั้นตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในตอนแรกเขาตั้งชื่อบริษัทว่า Wilsdorf & Davis ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น Rolex ในปี ค.ศ. 1908 ต่อมาบริษัทได้ย้ายไปยังเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในปี ค.ศ. 1919 เนื่องจากสวิตเซอร์แลนด์นั้นมีชื่อเสียงในด้านการผลิตนาฬิกาที่มีคุณภาพสูงและการรับรองทางกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการผลิตนาฬิกา เขาจึงเลือกที่จะปักหลักอยู่ที่นี่นั่นเอง

รู้หรือไม่ว่า ต้นกำเนิดชื่อ Rolex มาจากเสียงกระซิบ

ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1908 ซึ่งเป็นปีที่ชื่อ Rolex ได้ถือกำเนิด และถูกคิดขึ้นโดย ฮานส์ วิลส์ดอฟฟ์ (Hans Wilsdorf) ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ซึ่งเขาต้องการชื่อนาฬิกาที่สามารถอ่านและออกเสียงได้ง่ายในทุกภาษา อีกทั้งยังสั้นพอที่จะใส่ลงบนหน้าปัดนาฬิกาได้พอดี และง่ายต่อการจดจำ โดยที่มาของชื่อนั้นว่ากันว่า เช้าวันหนึ่งในขณะที่ Hans Wilsdorf นั่งรถม้าชมเมืองอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงกระซิบในหูของเขาว่า “Rolex” จากนั้นชื่อนี้ก็กำเนิดขึ้นพร้อมทั้งได้รับการจดเครื่องหมายการค้าเป็นที่เรียบร้อย

รู้หรือไม่ว่า Oystersteel คืออะไร ?

rolex-facts-you-may-not-know3

ในวงการอุตสาหกรรมผู้ผลิตนาฬิกา ส่วนใหญ่จะใช้วัสดุสเตนเลสสตีล 316L ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่เหมาะสมกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม หากมีการใช้งานโดนความชื้น โดยเฉพาะน้ำเค็มบ่อยครั้ง แร่ธาตุต่าง ๆ อาจจะติดอยู่ในช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างชิ้นส่วนของวัสดุ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป สามารถเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการกัดกร่อนได้ โดยแบรนด์ Rolex ได้สังเกตเห็นว่านาฬิกาที่ใช้วัสดุสเตนเลสสตีล 316L มีการสึกหรอก่อนเวลาอันควรในบางชิ้นส่วน เมื่อเทียบกับนาฬิกาที่ทำจากโลหะมีค่าอื่น ๆ ดังนั้น Rolex จึงตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้สเตนเลสสตีล 904L ในการผลิตตัวเรือนนาฬิกาตั้งแต่ปี 1985 ทำให้กลายเป็นผู้ผลิตนาฬิกาข้อมือรายแรกที่ใช้โลหะนี้ โดยในปี 2008 ที่งาน Baselworld ทาง Rolex ได้ใช้ชื่อ “Oystersteel” แทนที่คำว่า “สเตนเลสสตีล 904L" ซึ่งชื่อในเอกสารของ Rolex นั้น ไม่ได้มีการแยกแยะระหว่างสองวัสดุนี้ หลายคนจึงบอกว่า “Oystersteel” เป็นชื่อที่ Rolex ตั้งขึ้นมาสำหรับวัสดุสเตนเลสสตีล 904L ที่ถูกผลิตขึ้นภายในโรงงานของแบรนด์เอง

รู้หรือไม่ว่า Rolex เป็นแบรนด์แรกที่ได้จดสิทธิบัตรนาฬิกากันน้ำ

rolex-facts-you-may-not-know4


Rolex เป็นแบรนด์แรกที่จดสิทธิบัตรนาฬิกากันน้ำในปี 1926 โดยใช้ชื่อว่า Oyster และนาฬิกา Oyster รุ่นแรกของแบรนด์นี้ยังเป็นนาฬิกากันน้ำเรือนแรกของโลกอีกด้วย ซึ่งทาง Rolex ได้ผลิตเคสปิดสนิทจนลมและน้ำเข้าไม่ได้ ทำให้สามารถปกป้องกลไกภายในได้เป็นอย่างดี นาฬิกาถูกทดสอบโดยการให้ Mercedes Gleitze นักว่ายน้ำชาวอังกฤษ สวมใส่ Rolex Oyster ในขณะว่ายน้ำข้ามผ่านช่องแคบอังกฤษเป็นเวลายาวนานถึง 10 ชั่วโมง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็ทำให้ทุกคนตกตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะ Oyster เรือนนั้นยังสามารถทำงานได้ดีแม้ในสภาพแวดล้อมที่เปียกและเย็น

รู้หรือไม่ว่า นาฬิกา Rolex ได้ขึ้นสู่ยอดเขา Everest

rolex-facts-you-may-not-know5


เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1953 เมื่อ Sir Edmund Hillary และ Tenzing Norgay ได้กลายเป็นมนุษย์สองคนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จ ซึ่งในการเดินทางครั้งนั้น พวกเขาได้ใส่นาฬิกา Rolex Oyster Perpetual ไปด้วย ซึ่งนาฬิกาเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบทางวิศวกรรมที่ Rolex ได้ทำมาเพื่อพิสูจน์ถึงความทนทานและความแม่นยำในสภาวะที่โหดร้ายที่สุด โดย Rolex Oyster Perpetual ที่ใช้ในภารกิจนี้ ได้รับการออกแบบให้ทนทานต่ออุณหภูมิที่ต่ำมาก และการเปลี่ยนแปลงความดันอากาศอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับการเดินทางในระดับความสูงมากกว่า 8,848 เมตร

หลังจากความสำเร็จของ Sir Edmund Hillary และ Tenzing Norgay ที่ได้พิชิตยอดเขา Everest สำเร็จ ทางแบรนด์ Rolex ก็ได้พัฒนานาฬิกาจนออกมาเป็นรุ่น Explorer ในปี ค.ศ. 1953 ซึ่งเป็นนาฬิกาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการผจญภัยบนยอดเขา Everest โดย Explorer ได้รับการออกแบบให้มีความทนทานและสามารถใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นความทนทานต่ออุณหภูมิที่ต่ำ การป้องกันฝุ่นละออง และความทนทานต่อแรงกระแทก ซึ่ง Rolex Explorer นี้ ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการผจญภัย และความกล้าหาญในการเผชิญกับสถานการณ์ที่สมบุกสมบันได้เป็นอย่างดี

Rolex Explorer ไม่เพียงแค่เป็นนาฬิกา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น และจิตวิญญาณของการผจญภัยจาก Rolex ได้เป็นอย่างดี ทำให้นาฬิกา Explorer กลายเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความสำเร็จและความเป็นเลิศในด้านการสำรวจได้อย่างชัดเจน

รู้หรือไม่ว่า นาฬิกาคอลเลกชันแรกสำหรับผู้หญิงของ Rolex คืออะไร

rolex-facts-you-may-not-know6

ปี ค.ศ. 1957 แบรนด์ Rolex ได้เปิดตัวนาฬิการุ่น Lady-Datejust ซึ่งเป็นนาฬิกาสำหรับผู้หญิงรุ่นแรกที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ด้วยคุณสมบัติที่ล้ำสมัยในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันแสดงวันที่, ระบบกลไกไขลานอัตโนมัติ, และตัวเรือนที่กันน้ำได้ แต่ที่โดดเด่นกว่านั้นคือการลดขนาดตัวเรือนลงถึง 10 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มความสง่างามและเหมาะสมกับข้อมือของผู้หญิงมากยิ่งขึ้น นับตั้งแต่การเปิดตัว Lady-Datejust ก็ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จนได้กลายเป็นนาฬิกาที่มียอดขายสูงสุดตลอดกาลของ Rolex เลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้เอง จึงไม่แปลกใจเลยที่คอลเลกชัน Datejust นั้นยังคงครองใจคุณสุภาพสตรี และได้รับความนิยมสูงสุดในทุกยุคทุกสมัยตลอดมา

รู้หรือไม่ว่า เหรียญ Rolex สีเขียวกับสีแดงต่างกันอย่างไร

rolex-facts-you-may-not-know7

เหรียญของ Rolex นั้น คือตราสัญลักษณ์ Chronometer หรือมาตรฐานความเที่ยงตรงที่ผ่านการรับรองจากแบรนด์ โดยนาฬิกาทุกเรือนของ Rolex จะต้องผ่านการทดสอบและการรับรองมาตรฐานความเที่ยงตรงระดับสากลจาก COSC และหลังจากที่นาฬิกาของ Rolex ผ่านการรับรองจาก COSC แล้ว ก็ยังมีการทดสอบเพิ่มเติมจากภายในโรงงานของทางแบรนด์เองอีกด้วย เพื่อให้แน่ใจว่านาฬิกาจะทำงานได้อย่างแม่นยำและมีคุณภาพสูงสุดในทุกสภาวะ ดังนั้นทางแบรนด์จึงได้คิดค้นเหรียญขึ้นมา เพื่อเป็นตราสัญลักษณ์แทนความแม่นยำสูงสุดของ Rolex และในปี 2015 แบรนด์ Rolex ก็ได้สร้างมาตรฐานใหม่ ยกระดับความแม่นยำเป็น Superlative Chronometer โดยตราสัญลักษณ์เหรียญ Rolex ก่อนปี 2015 จะเป็นสีแดง ซึ่งมีมาตรฐานความคลาดเคลื่อน -4/+6 วินาทีต่อวัน และรับประกัน 2 ปี ส่วนตราซีลเหรียญสีเขียวจะเป็น Superlative Chronometer ซึ่งจะเป็นเทคโนโลยีล่าสุด โดยจะมีแฮร์สปริง Parachrom แบบใหม่ ทำให้กลไกมีความแม่นยำเพิ่มขึ้น คลาดเคลื่อนเพียง +2/-2 วินาทีต่อวัน และขยายการรับประกันนานขึ้นเป็น 5 ปี

รู้หรือไม่ว่า Rolex เคยผลิตนาฬิกา Complication ที่ทำสถิติราคาประมูลสูงที่สุดถึงสองครั้ง

rolex-facts-you-may-not-know8

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Rolex เคยผลิตนาฬิกาที่หายากและทรงคุณค่าที่สุดเรือนหนึ่งในประวัติศาสตร์ นั่นก็คือ Ref. 6062 ซึ่งเป็นนาฬิกาแบบ Complication หรือกลไกที่มีความสลับซับซ้อนสูง โดยถูกผลิตขึ้นในปี ค.ศ. 1950 แต่ผลิตในช่วงเวลาสั้น ๆ และผลิตในจำนวนไม่กี่ร้อยเรือนเท่านั้น โดดเด่นด้วยฟังก์ชัน Triple Calendar และ Moonphase ที่มีความซับซ้อน และมีตัวเลือกหลากหลายวัสดุ โดยนาฬิกาที่ตัวเรือนทำจาก Yellow Gold ตัดกับหน้าปัดสีดำนั้นเป็นที่ต้องการของนักสะสมเป็นอย่างมาก เพราะผลิตมาเพียงไม่กี่เรือนในโลกเท่านั้น ทำให้นาฬิกาเหล่านี้มีมูลค่าประมูลที่สูงมาก โดยหนึ่งในนั้นเป็นนาฬิกาของ Bao Dai จักรพรรดิองค์สุดท้ายของเวียดนาม ซึ่งจะมีหลักชั่วโมงที่ถูกประดับด้วยเพชร โดยนาฬิกาเรือนนี้ได้ถูกนำไปประมูลครั้งแรกในปี 2002 และสามารถทำราคาปิดประมูลสูงถึง 370,000 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 14.8 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นนาฬิกา Rolex ที่มีราคาประมูลสูงที่สุดในขณะนั้น

อย่างไรก็ตาม ความหายากและคุณค่าของมันได้ถูกพิสูจน์อีกครั้งเมื่อนาฬิกาเรือนนี้ถูกนำออกไปประมูลอีกครั้งในปี 2017 โดยนาฬิาเรือนนี้ทำราคาสูงถึง 5,000,000 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 201 ล้านบาท ซึ่งกลายเป็นนาฬิกา Rolex ที่มีราคาประมูลสูงที่สุดอีกครั้ง ก่อนที่สถิตินี้จะถูกทำลายอีกไม่กี่เดือนต่อมาโดยนาฬิกาของ Paul Newman ที่หลายคนต่างรู้จักกันดี

ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Rolex มือสองได้ที่นี่
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Patek Philippe มือสอง ได้ที่นี่
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Audemars Piguet (AP) มือสอง ได้ที่นี่
Auction House เว็บไซต์ ซื้อ - ขาย นาฬิกามือสอง ของแท้ ตรวจสอบราคา Rolex, Patek philippe, Audemars Piguet (AP), Omega, Panerai, IWC, Hublot, Cartier, Franck muller ได้ที่นี่

Recommended Articles