
แนะนำสุดยอดนาฬิกาจากงาน GPHG 2025 | Watch Talk EP.68 - Auction House
แนะนำสุดยอดนาฬิกาจากงาน GPHG 2025

วันนี้ Auction House จะพาทุกคนมาดูสุดยอดนาฬิกาประจำปี จากงาน GPHG 2025 ที่สะท้อนศิลปะและจินตนาการสูงสุดของวงการ
งานประกาศรางวัล Grand Prix d’Horlogerie de Genève 2025 (GPHG 2025) ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ออสการ์แห่งวงการนาฬิกา” ได้เผยให้เห็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซจากทั้งแบรนด์เก่าแก่และนักทำงานอินดี้รุ่นใหม่ โดยปีนี้มีนาฬิกาเข้าชิงกว่า 90 เรือน และมีผู้ชนะทั้งสิ้น 19 รุ่น แสดงถึงความหลากหลายทางความคิดสร้างสรรค์ ความเที่ยงตรงเชิงวิศวกรรม และแนวทางออกแบบที่กล้าทดลองอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นรุ่นที่เคยพูดถึงอย่าง BVLGARI Octo Finissimo Ultra Tourbillon หรือ Zenith G.F.J. Calibre 135 ก็ตาม แต่มีอยู่ 5 รุ่นที่โดดเด่นที่สุดในงานปีนี้ ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะของวงการนาฬิกายุคใหม่ได้อย่างชัดเจน
M.A.D. EDITIONS M.A.D.2 Green ผู้ชนะรางวัล Petite Aiguille

รางวัล Petite Aiguille มอบให้แก่นาฬิกาที่นำเสนองานศิลป์และกลไกชั้นสูงในราคาที่จับต้องได้ และปีนี้ M.A.D.2 Green จาก M.A.D. Editions ซึ่งเป็นโปรเจกต์ลูกของ MB&F ได้สร้างความประทับใจด้วยแนวคิดที่สนุกสนานแต่ซ่อนเทคนิคไว้เต็มเปี่ยม นาฬิการุ่นนี้ออกแบบโดย Eric Giroud จากแรงบันดาลใจในวัฒนธรรมคลับยุค 90 ทำให้หน้าปัดมีลักษณะคล้ายเครื่องเล่นแผ่นเสียงดีเจ ระบบการอ่านเวลาถูกพัฒนาเป็น jumping hours และ trailing minutes พร้อมโรเตอร์แบบ off-centre ที่หมุนเหมือนแผ่นไวนิลให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวตลอดเวลา ราคาเพียง 3,135 ฟรังก์สวิส และเปิดขายด้วยระบบสุ่มสิทธิ์ ทำให้ยิ่งเป็นที่ต้องการอย่างมาก นับเป็นตัวอย่างของนาฬิกาที่ทั้งสนุก ครีเอทีฟ และเข้าถึงได้ง่ายเมื่อเทียบกับโลกของอินดี้ระดับสูง
Anton Suhanov St. Petersburg Easter Egg Tourbillon Clock ผู้ชนะรางวัล Horological Revelation

ในหมวดรางวัลสำหรับแบรนด์อายุน้อยกว่า 10 ปี นักประดิษฐ์นาฬิกาอิสระชาวรัสเซียอย่าง Anton Suhanov โดดเด่นขึ้นมาอย่างสง่างามด้วยผลงานที่ผสานศิลปวัตถุแบบรัสเซียดั้งเดิมกับวิศวกรรมกลไกยุคใหม่ ผลงานชนะเลิศคือ St. Petersburg Easter Egg Tourbillon Clock ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก ไข่จักรพรรดิของ Fabergé และรังสรรค์เป็นนาฬิกาโต๊ะที่งดงามเต็มไปด้วยรายละเอียด ตั้งแต่โครงสร้างไข่ลงยาและลายกิโยเช่ ไปจนถึงฟลายอิงทูร์บิญองที่วางอย่างสง่างามตรงกลาง ฟังก์ชัน world time สามารถเซ็ตเวลา 24 โซนทั่วโลกได้ด้วยการหมุนขอบเรือน พร้อมลูกเล่น “Easter eggs” สองชั้น ทั้งบาลานซ์เรืองแสงยามค่ำคืน และโครงสร้างที่ล้มแล้วลุกกลับขึ้นได้เอง ผลิตเพียง 24 ชิ้นในราคา 59,000 ฟรังก์ นับเป็นผลงานที่สะท้อนภาพนักประดิษฐ์ดาวรุ่งผู้ผสานศิลปะ วัฒนธรรม และความสามารถด้านกลไกได้อย่างไร้ที่ติ
FAM AL HUT Möbius ผู้ชนะรางวัล Audacity Prize

รางวัล Audacity คือรางวัลสำหรับความกล้าทดลอง ความคิดสุดล้ำ และการออกแบบที่ท้าทายขีดจำกัด และปีนี้ FAM AL HUT ที่ก่อตั้งโดยคนรุ่นใหม่จากจีนตอนใต้ก็สามารถคว้ารางวัลนี้ได้ด้วยผลงาน Möbius นาฬิกาที่ตีความแนวคิดคณิตศาสตร์ Möbius strip ออกมาในรูปแบบเชิงกลไกอย่างวิจิตร ผังหน้าปัดถูกแบ่งเป็นสองส่วน ด้านบนคือทูร์บิญองแบบสองแกนลอยตัวสามมิติ ส่วนด้านล่างคือระบบ retrograde hours และ minutes ที่กวาดเข็มไปตามส่วนโค้งแล้วดีดกลับอย่างแม่นยำ กลไกทั้งหมดจงใจสร้างภาพแทนของ “เวลาไร้จุดเริ่มต้นและสิ้นสุด” ให้สอดคล้องกับ Möbius strip ราคา 26,620 ฟรังก์สะท้อนถึงคุณค่าของชิ้นงานที่เป็นมากกว่านาฬิกา แต่คือประติมากรรมเชิงวิศวกรรมที่กล้าแตกต่างจากทุกขนบของวงการ
Chopard Imperiale Four Seasons ผู้ชนะรางวัล Ladies’ Complication

ในหมวดงานซับซ้อนสำหรับสุภาพสตรี Chopard นำเสนอ Imperiale Four Seasons ซึ่งเป็นผลงานที่รวมศิลปะชั้นสูง งานจิวเวลรี และวิศวกรรมเข้าด้วยกันอย่างละเอียดละเมียดที่สุด นาฬิการุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและการหมุนเวียนของสี่ฤดูกาล โดยใช้ดิสก์หมุนที่ใช้เวลาหนึ่งปีเต็มในการโคจรรอบหน้าปัด ภาพภูมิทัศน์บนหน้าปัดล่างทำจาก mother-of-pearl marquetry แบบเพนต์มือ ส่วนด้านบนประดับทองคำขาวแกะสลักเป็นดอกบัว ตัวเรือนและหน้าปัดล้อมเพชรรวมกว่า 3.79 กะรัต กลไก L.U.C 96.31-L เสริมโมดูล Four Seasons เพื่อรองรับฟังก์ชันที่ละเอียดอ่อนเหล่านี้ ทั้งหมดนี้ทำให้ Imperiale Four Seasons กลายเป็นบทกวีแห่งเวลา ที่สะท้อนความงามและความสามารถด้านกลไกในแบบฉบับของ Chopard ได้อย่างชัดเจน
Breguet Classique Souscription 2025 ผู้ชนะรางวัลสูงสุด Aiguille d’Or

รางวัลสูงสุดของงาน Aiguille d’Or ปีนี้ตกเป็นของ Breguet ผู้ฉลองครบรอบ 250 ปีด้วยการนำแนวคิด “Souscription” อันเป็นตำนานของ Abraham-Louis Breguet มาตีความใหม่ในแบบร่วมสมัย นาฬิการุ่นนี้ใช้หน้าปัดเคลือบ grand feu enamel สีขาว อันสง่างาม พร้อมการบอกเวลาด้วยเข็มเดี่ยวแบบ Breguet hand ที่หลอมสีฟ้าด้วยไฟและดัดด้วยมือทั้งหมด โดยยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมอย่างตัวเลขคลาสสิก รางนาทีแบบเรลเวย์ และ “secret signature” ที่มองเห็นเฉพาะบางมุม กลไกด้านหลังประดับด้วยลายกิโยเช่แบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นในปีนี้โดยตรง โดยรวมแล้ว Classique Souscription คือผลงานที่เรียบง่ายแต่ลุ่มลึก ผลิตด้วยความประณีตสูงสุด สะท้อนแก่นแท้ของประวัติศาสตร์และความงามเหนือกาลเวลา ซึ่งเป็นเหตุผลที่คว้ารางวัลนาฬิกาแห่งปีไปอย่างไร้ข้อกังขา
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Rolex มือสองได้ที่นี่
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Patek Philippe มือสอง ได้ที่นี่
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Audemars Piguet (AP) มือสอง ได้ที่นี่
Auction House เว็บไซต์ ซื้อ - ขาย นาฬิกามือสอง ของแท้ ตรวจสอบราคา Rolex, Patek philippe, Audemars Piguet (AP), Omega, Panerai, IWC, Hublot, Cartier, Franck muller ได้ที่นี่





