
6 สุดยอดนาฬิกา จากงาน GPHG 2024 | Watch Talk EP.56 Auction House
6 สุดยอดนาฬิกา จากงาน GPHG 2024

งานประกาศรางวัล Grand Prix d'Horlogerie de Genève หรือ GPHG สำหรับสุดยอดนาฬิกาประจำปี 2024 ซึ่งเป็นงานประกาศรางวัลนาฬิกาสุดยิ่งใหญ่ เสมือนงานรางวัลออสการ์สำหรับวงการนาฬิกา โดยมีนาฬิกาที่ได้รับรางวัลในแต่ละสาขารวมทั้งสิ้น 18 เรือน ซึ่งวันนี้เราจะยกนาฬิกาที่ได้รับรางวัล 6 รางวัล มานำเสนอให้ทุกคนได้ฟังกัน มาดูกันว่าแต่ละรุ่นมีจุดเด่นอย่างไรบ้าง
รางวัล Petite Aiguille Prize

เริ่มต้นกันที่รางวัลแรก Petite Aiguille Prize ซึ่งเป็นรางวัลที่ยกย่องการผลิตนาฬิกาหรูในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น โดยนาฬิกาที่เข้าเกณฑ์จะต้องมีราคาระหว่าง CHF 3,000 ถึง CHF 10,000 หรือ ประมาณ 110,000 ถึง 390,000 บาท โดยรางวัลนี้ตกเป็นของแบรนด์ KUDOKE กับรุ่น KUDOKE 3 โดดเด่นด้วยการบอกเวลาที่พิเศษ โดยหลักชั่วโมงจะถูกแบ่งออกเป็นสามชั้น คือ เข็มยาวจะชี้ไปที่สเกลรอบขอบหน้าปัดเพื่อบอกนาที ส่วนเข็มสั้นจะชี้ขึ้นมาเพื่อบอกชั่วโมง แต่หากเป็นช่วงเวลา 2, 10, หรือ 6 นาฬิกา จะมีเข็มนาฬิกาขึ้นมาสองเข็ม เพื่อเพิ่มความน่าสนใจมากขึ้น มาพร้อมหน้าปัดสีแซลมอนที่ได้รับการเก็บงานอย่างสวยงามด้วยเทคนิค Matte frosted ส่วนด้านหลังตัวเรือนเป็นแบบโปร่งใสเผยให้เห็นกลไกที่ได้รับการเก็บงานอย่างประณีต
รางวัล Horological Revelation Prize

สำหรับนาฬิกาที่ได้รับรางวัลนี้ ได้แก่ Rémy Cools Tourbillon Atelier เป็นรางวัลที่มอบให้แก่นาฬิกาที่แบรนด์น้องใหม่ โดดเด่นด้วยความสวยงาม อ่อนช้อย และมีความแม่นยำ โดยหน้าปัดจะมีให้เลือก 2 วัสดุ ได้แก่ Yellow Gold หรือ Rose Gold ซึ่งนาฬิกานี้ได้รับการสร้างสรรค์อย่างพิถีพิถันตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่สะพานจักร การตกแต่งขั้นสุดท้าย การตัดเฟือง การตัดวงล้อ สปริงบาลานซ์ และการปิดทอง โดยกลไกใหม่ทั้งหมดได้รับการพัฒนาด้วยมาตรฐานสูงสุดของคุณภาพและความแม่นยำของ Rémy Cools กลไกใหม่นี้สะท้อนให้เห็นถึงความหลงใหลของ Rémy ที่มีต่อนาฬิกาฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 18 และ 19 ผสมผสานกับวิสัยทัศน์ที่ทันสมัยในการทำนาฬิกา
รางวัล Ladies’ Complication Watch Prize

นาฬิกาที่ได้รับรางวัลนี้ คือ Van Cleef & Arpels Lady Arpels Brise d'Été โดดเด่นด้วยหน้าปัดนาฬิกาประดับด้วยลวดลายดอกไม้สีสันสดใสที่ทำจากวัสดุเปลือกหอยมุก (Mother-of-pearl) พร้อมทั้งมีการแกะสลักลวดลายดอกไม้ที่ละเอียดอ่อนซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกแบบแอนิเมชันที่สามารถสร้างการเคลื่อนไหวของลวดลายดอกไม้บนหน้าปัด โดยเมื่อกดปุ่มที่ด้านข้างตัวเรือน ดอกไม้ที่แกะสลักอย่างละเอียดบนหน้าปัดจะเคลื่อนไหวอย่างอ่อนโยนเสมือนการถูกพัดผ่านของสายลมฤดูร้อน รวมไปถึงผีเสื้อก็สามารถขยับเคลื่อนที่อย่างสวยงามและบอกเวลาเป็นชั่วโมงได้ ซึ่งทำให้ผู้สวมใส่สามารถอ่านเวลาได้ในรูปแบบที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์อันน่าทึ่ง
รางวัล Men’s Complication Watch Prize

สำหรับนาฬิกาที่ได้รับรางวัลนี้ คือ De Bethune DB Kind Of Grande Complication เป็นรางวัลสำหรับนาฬิกาผู้ชายที่โดดเด่นในด้านความคิดสร้างสรรค์และความซับซ้อนของกลไก มาพร้อมตัวเรือนแบบสองด้านที่สามารถพลิกกลับได้ มีดีไซน์แบบดั้งเดิมเน้นผลิตกลไกนาฬิกาแบบคลาสสิก ใช้เข็มแบบดั้งเดิม เข็มชั่วโมง นาที และวันที่ ขัดเงาด้วย Yellow Gold
รางวัล Mechanical Exception Watch Prize

สำหรับนาฬิกาที่ได้รับรางวัลนี้ คือ Bovet 1822 Récital 28 Prowess 1 ซึ่งปีนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการผลิตนาฬิกาที่ Récital 28 Prowess 1 ได้แก้ไขปัญหาเวลาออมแสงให้กับนาฬิกา World Time โดยนาฬิกามีวิธีบอกเวลาที่ไม่เหมือนใครเพราะตัดสินใจใช้ลูกกลิ้งแทนจอแสดงผลแบบเดิม ซึ่งชิ้นงานนวัตกรรมนี้ใช้เวลาพัฒนาถึง 5 ปี แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของแบรนด์ในการพัฒนากลไกนาฬิกาที่สมควรได้รับรางวัล Mechanical Exception Watch Award
รางวัล Aiguille d’Or” Grand Prix

นาฬิกาที่ได้รับรางวัลนี้ คือ IWC Schaffhausen Portugieser Eternal Calendar Ref. IW505701 ที่โดดเด่นด้วยฟังก์ชันปฏิทินถาวรและข้างขึ้นข้างแรมที่แม่นยำที่สุดในโลก ซึ่งมีระบบการคำนวณวันที่อันล้ำหน้า และมีความสลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก สรุปได้ว่าความพิเศษของนาฬิกาเรือนนี้ คือมีฟังก์ชัน Secular Perpetual Calendar ที่สามารถบอกวันที่ตามมาตรฐานโลกได้อย่างถูกต้องแม่นยำไปจนถึงปี 3499 รวมไปถึงสามารถบอกข้างขึ้น-ข้างแรมได้อย่างแม่นยำยาวนานถึง 45 ล้านปี!
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Rolex มือสองได้ที่นี่
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Patek Philippe มือสอง ได้ที่นี่
ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Audemars Piguet (AP) มือสอง ได้ที่นี่
Auction House เว็บไซต์ ซื้อ - ขาย นาฬิกามือสอง ของแท้ ตรวจสอบราคา Rolex, Patek philippe, Audemars Piguet (AP), Omega, Panerai, IWC, Hublot, Cartier, Franck muller ได้ที่นี่





