แนะนำ 10 นาฬิกาในงบ 3 แสน

นาฬิกาข้อมือในช่วง 150,000 – 300,000 บาทนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นของตลาด Luxury Watch ที่หลายต่อหลายคนติดใจมากที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ผู้รักเรือนนาฬิกาต่างกำลังสนุกสนานกับการค้นหานาฬิกาที่ใช่สำหรับตนเอง บ้างก็เริ่มจะอินกับกลไกทำงานอันน่าอัศจรรย์ของ Mechanical Watch บ้างก็ชอบฟังก์ชั่นเจ๋ง ๆ หรือชอบความคุ้มค่าในการขายต่อ และเนื่องจากเรือนนาฬิกาในช่วงราคานี้มีมากมายจนลายตา แถมความชอบกับเป้าหมายของผู้ใช้แต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น เราจึงได้คัดเลือก 10 นาฬิกาสุดฮิตที่น่าสนใจโดยเรียงจากราคาน้อยไปมากเพื่อให้ผู้ที่รักในเรือนนาฬิกาได้เลือกสรรตามความชอบในงบ3แสนบาท!

ดูวิดีโอ 10 นาฬิกาในงบ 3แสน | Auction House
อย่าลืมกด ติดตาม เพื่อรับชมวิดีโอที่น่าสนใจก่อนใคร

JLC - Master Control Date

JLC Master Control Date with Sector Dial - นาฬิกาทูโทนที่คุ้มค่าเกินหน้าตา

JLC Master Control Date with Sector Dial มีหน้าปัดขนาด 39 มิลลิเมตร ส่วนตัวเคสทำจาก Stainless Steel บางเฉียบที่ความหนาเพียงแค่ 8.5 มิลลิเมตร เบาสบายไม่เทอะเทะจนเกะกะสายตา จุดเด่นอยู่ที่หน้าปัด “Sector Dial” ที่เป็นวงกลมสีทูโทน ภายในเป็น In-house Automatic Movement รุ่น 899/1 มี Rotor ทำจากทองคำ 22K มีพลังงานสำรอง 38 ชั่วโมง ทำจากชิ้นส่วนทั้งหมด 219 ชิ้น กันน้ำได้ 5 บาร์ ปกป้องด้วยกระจก Sapphire คุณภาพสูงและมีความบางเพียงแค่ 3.3 มิลลิเมตรเท่านั้น ทำให้ตัวเรือนโดยรวมมีความบางและทั้งหมดนี้มาพร้อมกับสายหนังจระเข้ ราคาเพียงแค่ 180,000 บาทเท่านั้น

Grand Seiko - Snowflake

Grand Seiko Spring Drive SBGA011 - นาฬิกาพร้อมสุดยอด Movement ที่เกินคำนิยาม

Grand Seiko Spring Drive SBGA011หรือเป็นที่รู้จักดีว่า “Snowflake (เกล็ดหิมะ)” มีจุดเด่นอยู่สองอย่างคือ “ความงดงามที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง” และ “Spring Drive Movement” รูปลักษณ์ความงามของ Snowflake อยู่ที่ความสงบนิ่งอย่างน่าหลงใหลของตัวเรือนด้วยการเล่นแสงที่หน้าปัดสีขาว ทำให้แวววาวราวกับเกล็ดหิมะที่กำลังล่องลอยในอากาศ ตัวเคสทำจาก Titanium “แข็งแรงสูง” ให้ความเบาสบายและทนต่อรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม สะท้อนแสงได้ดี แม้ตัวเรือนมีขนาด 41 มิลลิเมตรและหนา 12.5 มิลลิเมตรแต่ก็ยังคงสวมใส่สบายได้อย่างไม่อึดอัด มองเวลาได้อย่างชัดเจนแม้ในที่มืด ความแม่นยำสูงที่คาดเคลื่อนเพียง 1 วินาทีต่อวันเท่านั้น ทั้งหมดเกิดขึ้นได้เพราะมี Spring Drive Caliber 9R65 ซึ่งค่าตัวเรือนนี้อยู่ที่ 180,000 – 190,000 บาท

Cartier - Santos

Cartier Santos - ตำนานนาฬิกานักบินเรือนแรกของโลก

ผู้ออกแบบและผลิตคือ Louis Cartier เขาต้องการจะสร้างนาฬิกาให้กับเพื่อนนักบินของเขา Alberto Santos-Dumont เพื่อการขับเครื่องบินโดยไม่จำเป็นต้องละสายตามามองที่แผงควบคุม จึงออกมาเป็นนาฬิกาสีทองที่มีดีไซน์ที่เผยให้เห็นน็อต 8 ตัวบนหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยม และตั้งชื่อมันว่า Santos ตามชื่อเพื่อนของเขา แม้มันอาจดูไม่เหมือน Pilot Watch อย่างที่เราเห็นกันบ่อย ๆ แต่ Santos คือ “นาฬิกานักบินเรือนแรกของโลก” ปัจจุบันนี้ Cartier Santos มีให้เลือกถึง 13 แบบโดยมีรูปทรงสี่เหลี่ยมเหมือนกันหมด จะแตกต่างตรงที่วัสดุเคส สีของหน้าปัด ตัว Movement และสายที่แตกต่างกัน จุดขายอีกจุดที่เด่นชัดสำหรับซีรีส์ Santos นี้คือสายรัดชนิดพิเศษที่แน่นอนว่านอกจากจะให้ความสบายในการสวมใส่แล้ว ยังมีระบบ Quick Switch System ที่สามารถถอดสายออกจากเรือนได้อย่างง่าย ๆ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใด ๆ และยิ่งไปกว่านั้นตัวสายยังมีระบบ Smart Link ที่ให้คุณสามารถปรับความยาวของสายได้เอง เพียงกดปุ่มเล็ก ๆ ที่แต่ละข้อต่อของสาย คุณก็จะสามารถปลดข้อต่อส่วนเกินหรือเพิ่มเติมได้เองตามใจต้องการ รุ่นย่อยที่เห็นนี้มีราคาเริ่มต้นที่ 198,000 บาท

Jaeger-LeCoultre Reverso

Jaeger-LeCoultre Reverso - เรือนนาฬิกาคลาสสิกที่หมุนได้

Reverso เรือนแรกเปิดตัวในปี 1933 โดยมี A.E. Wenger เป็นผู้ออกแบบเคสทรงสี่เหลี่ยมเฉพาะตัว และมี Jacques-David LeCoultre เป็นผู้ออกแบบ Movement รุ่น Caliber 410 ที่เปิดตัวพร้อมกับรุ่น Caliber 404 ซึ่งมีขนาดเล็กกว่ารุ่นปกติเพื่อคุณผู้หญิง และได้กระแสตอบรับดีมาก! ทั้งเศรษฐี นักสะสมนาฬิกาและแน่นอนรวมถึงนักกีฬาโปโลด้วย ต่างหลงใหลในดีไซน์แปลกตาที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งสอดคล้องกับการดีไซน์แบบ Art Deco ในสมัยนั้นอีกด้วย ผู้คนจึงยิ่งคลั่งไคล้หนักกว่าเดิม ในส่วนของ Reverso Classic Large Duo Small Second ที่ออกแบบมาเพื่อคุณผู้ชายนั้น รุ่นนี้ก็มีให้เลือกถึง 3 สีคือสี Electric Blue, Military Marble และ Tiger’s Eye หรือสีน้ำเงิน เขียวลายพราง และน้ำตาลตาเสือ มาพร้อมกับเคส Stainless Steel ที่ขนาดตัวเรือน 47 มม. x 28.3 มม. มีหน้าปัดบอกเวลาทั้งสองด้านโดยบอกเวลาที่ Timezone แตกต่างกัน ควบคุมการทำงานด้วย Caliber 854A/2 แบบขันมือ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 265,000 บาทเป็นต้นไป

Zenith - El Primero

Zenith El Primero – เรือนนาฬิกาหน้าปัด 3 สี โดดเด่นด้วย Movement ฉีกกฎเกณฑ์อย่างเรียบหรู

Zenith El Primero คือนาฬิกาเรือนแรกของโลกที่มีฟังก์ชั่น Chronograph แบบ Automatic โดดเด่นด้วยหน้าปัดที่มีฟังก์ชั่น Chronograph สามสีและ In-house Movement ที่มีความโฉบเฉี่ยวเฉพาะตัวซึ่งถ่ายทอดให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านโลโก้ “ดาว” สุด Iconic บนฝาหลัง สำหรับ El Primero ที่จะแนะนำในวันนี้คือรุ่นที่ขับเคลื่อนการเดินเวลาโดย In-house Automatic Movement รุ่น El Primero 400 B ทำจากชิ้นส่วน 326 ชิ้นที่ความถี่ 36,000 VpH (5Hz) มากกว่าปกติแต่ให้ความแม่นยำที่สุดในโลก พร้อมพลังงานสำรอง 50 ชั่วโมง มีฟังก์ชั่น Chronograph ที่มีสีหน้าปัดแตกต่างกันถึง 3 สีซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของซีรีส์นี้ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 270,000 บาทเท่านั้น

Breitling - Navitimer 01

Breitling Navitimer 01 – นาฬิกานักบินสุดคลาสสิก Iconic ที่เป็นมากกว่านาฬิกาข้อมือ

Breitling Navitimer 01 ได้เป็นหนึ่งในดีไซน์คลาสสิกสุด Iconic ที่คอยย้ำเตือนเราเสมอว่านาฬิกาเรือนนี้นอกจากจะเป็นเครื่องประดับที่สง่างามแล้ว ยังเป็นเครื่องมือที่พึ่งพาได้ของนักบินจริง ๆ จุดเด่นของ Navitimer 01 ไม่ได้อยู่ที่ภายในทั้งหมด ส่วนใหญ่อยู่ที่หน้าปัดเสียมากกว่า ซึ่งหน้าปัดของ Breitling Navitimer 01 นั้นใหญ่เต็มตาและแน่นหนาไปด้วยตัวเลขมากมายมีความหมายต่อนักบินแน่นอน นี่คือนาฬิกาสุดแกร่งที่เต็มล้นด้วยฟังก์ชั่นการใช้งาน รูปลักษณ์คลาสสิกสุด Iconic ในระดับตำนานที่แม้แต่ Scott Carpenter ยังเลือกสวมใส่ในการทำภารกิจอวกาศ Aurora 7 เลย และราคาเริ่มต้นของมันคือ 270,000 บาท

IWC - PORTUGUESE

IWC PORTUGUESE - นาฬิกา Minimal ที่รักษาเอกลักษณ์มายาวนานกว่า 20 ปี

IWC Portugieser Chronograph Ref. 3714 คือความสมบูรณ์แบบเรียบง่ายและลงตัว จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมซีรีส์นี้ถึงอยู่มานานมากกว่า 20 ปีได้ มันอาจดูไม่มีอะไรแตกต่างจากนาฬิกาข้อมือเรือนอื่นเลย แต่อย่าให้สายตาเป็นตัวตัดสินทุกสิ่ง ลองสวมใส่ดูแล้วคุณจะพบกับความ Iconic และ Classic ในความเรียบง่ายนี้ ตัวเรือนมีขนาด 40.9 มิลลิเมตรและมีขอบที่บางมาก ทำให้ผู้สวมใส่ได้นาฬิกาขนาดเล็กที่มีหน้าปัดใหญ่ ตัวเคสทำจาก Stainless Steel หนา 12.6 มิลลิเมตร มีการประกอบที่แน่นหนาและสามารถกันน้ำได้ 3 บาร์ ราคาตัวที่แสดงนี้คือ 272,000 บาท มีหน้าปัดให้เลือกหลายสีคือ หน้าปัดสีเงินเข็มสีทอง หน้าปัดสีเงินเข็มสีน้ำเงิน หน้าปัดสีน้ำเงินเข็มสีเงิน และหน้าปัดสีดำเข็มสีเงิน และรุ่นที่มีราคาสูงสุดคือรุ่น Grande Complication ที่มีค่าตัวถึง 8.7 ล้านบาท!

HABRING² - DOPPEL FELIX

HABRING² DOPPEL FELIX – นาฬิกาวินอินดี้ที่มีเข็มวินาทีถึงสองเข็ม!

HABRING2 DOPPEL FELIX คือการต่อยอดความสำเร็จของ The Doppel 2.0 ที่ขายแทบเกลี้ยงเมื่อลงตลาดแถมยังได้รางวัล Sports Watch Prize จาก GPHG จุดเด่นที่สุดของ Doppel Felix คือจุดเดิมที่โดดเด่นมาตั้งแต่ The Doppel 2.0 คือ มีกลไกลพิเศษที่เรียกว่า “Rattrapante” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนฟังก์ชั่นพิเศษที่ว่านั้นคือการจับเวลาที่แยกจับเวลาได้มากกว่าสองรายการขึ้นไป โดยจะมีเข็มวินาทีถึง 2 เข็มเพื่อแยกการจับเวลา เป็นกลไกลที่ซับซ้อนสร้างยาก สำหรับตัวเรือนมีการออกแบบที่มีการผสมผสานอย่างลงตัวให้เป็นนาฬิกา Minimal และ Vintage ได้กลิ่นอายความเก๋าแต่ก็ไม่โบราณจนเกินไป มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 280,000 บาท และ 298,000 บาทสำหรับรุ่นที่มีช่องวันที่

Vacheron Constantin - FiftySix

FiftySix SelfWinding – Holy Trinity ตัวเริ่มต้นที่คุ้มค่าน่าลอง

Vacheron Constantin คือหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาข้อมือจากประเทศสวิตซ์เซอร์แลนด์ที่มีคุณภาพเลิศหรูเลอค่ามากที่สุด และสำหรับ FiftySix Self-Winding รุ่นนี้คือนาฬิกา Classic Watch รุ่นแรกจาก Vacheron ที่มีความคลาสสิก ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในทศวรรษที่ 1950 อย่างแท้จริง ตัวเรือนมีขนาด 41 มม. x 50.26 มม. ด้วยหน้าปัดที่มีมาร์กเกอร์ชั่วโมงเป็นตัวเลขอารบิกฟอนต์เฉพาะตัวสลับกับขีดสี่เหลี่ยมเรืองแสงได้ พร้อมช่องบอกวันที่ และใช้กระจก Sapphire Glass ป้องกันรอยขีดข่วน มีเม็ดมะยมฝังแน่นติดกับเคสที่ใช้วัสดุ Stainless Steel ฝาหลังโปร่งใสเผยให้เห็นการทำงานของ Movement ที่น่าทึ่ง ส่วนราคาเริ่มต้นที่ 397,000 บาท มีหน้าปัด 2 สีให้เลือกคือสีเทาและสีน้ำเงิน โดยมีราคามือสองอยู่ที่ในช่วง 300,000 – 350,000 บาทเท่านั้น ส่วนรุ่นเคส สี Pink Gold 18K มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 665,000 บาท

Rolex - Submariner

Rolex Submariner - เครื่องบอกเวลาที่เป็นมาตรฐานของนักดำน้ำ

ปิดท้ายด้วย Rolex ขวัญใจบ้านเราซึ่งหากจะให้พูดถึงนาฬิกาสุดหรู Luxury Watch แบรนด์แรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงคงจะเป็น “Rolex” อย่างไม่ต้องสงสัย สำหรับ Rolex Submariner นั้นเป็นนาฬิกา Diver Watch สุด Super Iconic ที่โด่งดังมานานนับหลายปีแล้ว ครั้งนี้เราขอนำเสนอ Rolex Submariner Ref. 114060 ที่ลงน้ำลึกได้ถึง 300 เมตร มาพร้อมกับเคสเหล็ก Oyster ทำจากเหล็กอัลลอยด์ 904L สามารถทนต่อการกรัดกร่อนจากแสงยูวี น้ำทะแล และคลอรีนได้อย่างไม่มีที่ติ ฝาหลังปิดล็อกแน่นหนาด้วยเครื่องมือพิเศษเฉพาะตัวฉบับ Rolex เม็ดมะยมแบบ “TRIPLOCK” ที่มีระบบกันน้ำสามชั้น สายรัดเหล็ก Oyster มีระบบ Glidelock ที่สามารถปรับความยาวของสายได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ โดยมีราคามือหนึ่งอยู่ที่ 264,900 บาท


ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Rolex มือสอง ได้ที่นี่

ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Patek Philippe มือสอง ได้ที่นี่

ตรวจสอบ ราคานาฬิกา Audemars Piguet (AP) มือสอง ได้ที่นี่

Auction House เว็บไซต์ ซื้อ - ขาย นาฬิกามือสอง ของแท้ ตรวจสอบราคา Rolex, Patek philippe, Audemars Piguet (AP), Omega, Panerai, IWC, Hublot, Cartier, Franck muller ได้ที่นี่

RELATED POSTS

Our recent work

เปิดตัว Omega Speedmaster Moonwatch หน้าปัดเขียว  รุ่นใหม่ล่าสุด ปี 2022
ประวัติ Blancpain แบรนด์นาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก | Auction House
Charles Girardier นาฬิกาจักรวาล ราคา 3 ล้านบาท!
Charles Girardier นาฬิกาจักรวาล ราคา 3 ล้านบาท!
Charles Girardier แบรนด์นาฬิกาสัญชาติสวิส…
Richard Mille RM 47 นาฬิกาซามูไร
Tudor Black Bay GMT ปี 2022 รุ่นใหม่ล่าสุด ปี 2022
Jaquet Droz นาฬิกาสเกเลตันที่สลับซับซ้อน
Patek Philippe รุ่นที่คาดว่าจะหยุดการผลิตในปี 2022
New Audemars Piguet Royal Oak Jumbo 50th Anniversary นาฬิการุ่นใหม่ 2022
New Audemars Piguet Royal Oak Jumbo 50th Anniversary นาฬิการุ่นใหม่ 2022
ในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการกำเนิด Royal Oak…
Omega Seamaster Aqua Terra หน้าปัดเฉดสีใหม่ ปี 2022
Omega Seamaster Aqua Terra หน้าปัดเฉดสีใหม่ ปี 2022
คอลเลกชัน Aqua Terra เปิดตัวครั้งแรกในปี 2002…