Top 5 Dress Watch ในงบ 5 หมื่น

นาฬิกาข้อมือสุดเรียบหรูและเรียบง่าย เหมาะสำหรับการดำเนินชีวิตประจำวันหรือใช้ในการออกงานสังสรรค์ต่าง ๆ เพราะฉะนั้น Dress Watch จึงเป็นนาฬิกาที่ไม่ต้องมีลูกเล่นหรือการตกแต่งที่มากมายเกินความจำเป็น แต่ให้เป็นเครื่องประดับบอกเวลาสุดมินิมอลที่ยังคงรูปลักษณ์ที่เรียบง่าย และสำหรับคนที่มองหา Dress Watch ในช่วงงบ 5 หมื่น นี่คือสุดยอด 5 เรือนที่เราตั้งใจเลือกมา

Junghans Max Bill - นาฬิกาสไตล์ Bauhaus สวมสบายสาย Minimal

ซีรีย์ Max Bill เกิดจากความร่วมมือ ระหว่างแบรนด์ Junghans และนักออกแบบนาฬิกาชื่อดัง Max Bill ศาสตราจารย์ด้านการออกแบบและปรมาจารย์ด้าน Bauhaumas Design จนบังเกิดเป็นความมินิมอลแบบแม็กซิมั่ม ด้วยการออกแบบที่เรียบแต่หลักแหลม จึงได้หน้า Dial สะอาดสะอ้านบริสุทธิ์ผุดผ่องพร้อมกับกระจกทรงโดมแบบดั้งเดิมที่หักเหแสงให้หน้าปัดสีขาวกลายเป็นสีเงินได้ มีฟ้อนท์อ่านง่ายไม่ซ้ำใคร นี่คือเสน่ห์มินิมอลที่แท้จริง และที่เจ๋งที่สุดคือทาง Junghans ยังคงปรึกษาหารือกับทายาทของ Max ตลอดเวลาเพื่อให้แน่ใจว่าปรัชญาการออกแบบของ Max Bill นั้นจะไม่สูญหายไปไหน ส่วนราคาเริ่มต้นมือหนึ่งอยู่ที่ช่วง 3 – 4 หมื่นบาทเท่านั้น และมือสองแตะอยู่ที่ 15,000 – 25,000 บาท

Cartier Tank Solo Quartz – นาฬิกา Iconic ระดับราชวงศ์

Cartier สุดยอดแบรนด์นาฬิกาจากฝรั่งเศส กับซีรีย์ Tank ที่แม้แต่เจ้าหญิงไดอาน่ายังเลือกใช้มาสวมใส่ ส่วนเหตุผลที่ซีรีย์นี้ชื่อว่า Tank (รถถัง) เพราะ Louis Cartier ได้รับแรงบันดาลใจจากรถถัง Renault ซึ่งได้กลายมาเป็นดีไซน์ยอดฮิตสุดคลาสสิค โดยตัวเรือนมีขอบหนา เส้นคม และรูปลักษณ์สุนทรีย์ ทำให้สองปีถัดมาจากตอนนั้นผู้คนต่างมองว่า Cartier Tank คือนาฬิกาของราชวงศ์ ความนิยมจึงพุ่งปรี๊ดขึ้นไปอีก สำหรับรุ่นย่อยนั้นก็เหมือนกับแบรนด์อื่นที่มีทั้งแบบ Quartz และ Automatic แต่ที่น่าสนใจคือรุ่น Quartz นั้นกลับได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก เรียกได้ว่าเป็น Super Iconic Watch เลยก็ว่าได้ อาจเป็นเพราะผู้คนต้องการนาฬิกาสุดหรูแบบราชวงศ์หรืออาจเป็นเพราะหน้าปัดทรงเหลี่ยมที่ไม่เหมือนใคร จึงไม่แปลกใจที่รุ่น Quartz จะเป็นที่นิยมมากเพราะราคาถูกกว่ารุ่น Automatic ถึง 2 – 3 เท่าแต่ได้นาฬิกาที่หน้าตาเหมือนกัน ราคาอยู่ที่ประมาณ 7 หมื่นบาทสำหรับมือหนึ่ง และ 3 – 4 หมื่นบาทสำหรับมือสอง"

Frederique Constant Slim Moonphase - ฟังก์ชั่นครบ คุ้มค่าอย่างน่าประหลาดใจ

ด้วยความตั้งใจในการสร้างนาฬิกาแบบ Traditional และแบบ Dress Watch ผสมเข้าด้วยกัน ความผสมผสานที่ลงตัวของคำว่าทันสมัยและความสะโอดสะองจึงเกิดขึ้นบน Frederique Constant Slim Moonphase มาพร้อมกับเคสทรงกลมเรียบเนียนพร้อมแนวโค้ง ให้ความรู้สึกว่าตัวเรือนมีความบางและเล็กแม้จะมีหน้าปัดขนาด 39 มิลลิเมตรก็ตาม ทุกอย่างถูกวางอย่างลงตัวด้วย In-House Movement ที่มี Power Reserve ถึง 42 ชั่วโมง มีการไขลานอัตโนมัติที่ความถี่ 4Hz และรับชมการ Finish นี้ได้อย่างเต็มตาผ่านทางฝาหลังเปลือยสำหรับผู้ที่หลงใหล In-House Movement อย่างแท้จริง ความงดงามที่มาพร้อมกับสายหนังจระเข้ทำให้นึกถึง Dress Watch แบบคลาสสิกที่รู้สึกสบายใจทุกครั้งเมื่อสวมใส่ ความลงตัวที่สมบูรณ์แบบนี้ถ้าจะหาราคามือหนึ่งก็คงต้องเตรียมเงินหลักแสน แต่มือสองอยู่ในราคาช่วง 4 – 6 หมื่นบาทเท่านั้น หาไม่ได้อีกแล้วสำหรับผู้ที่ต้องการฟังก์ชั่น Moonphase และ In-house movement ในเรทราคานี้

Vintage Jaeger-LeCoultre – นาฬิกาของผู้เขียนประวัติศาสตร์

ถ้าลุคโมเดิร์นยังไม่หนำใจก็คงต้องลองชมลุควินเทจดูบ้าง เริ่มต้นด้วย Jaegar-LeCoultre Powermatic Caliber 481 เป็นอีกรุ่นวินเทจที่ไม่ธรรมดา วัสดุ Bezel ทำจากทองคำ 10K หน้าปัดประกอบด้วยตัวเลขและจุดนาทีที่ทำจากทองคำเช่นกัน ฝาหลังถอดได้พร้อมลายสลักเฉพาะตัว จุดที่เด่นที่สุดของนาฬิกาวินเทจเรือนนี้คือ Automatic Movement รุ่น Caliber 481 ซึ่งเป็น Movement ที่มี Power Reserve นานถึง 40 ชั่วโมง และเป็น Movement รุ่นแรกของโลกที่มีหน้าปัดแสดงพลังงานสำรอง สามารถหาซื้อได้ในช่วง 4 – 6 หมื่นบาทตามแต่สภาพ และราคากำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะซื้อเก็งกำไรไว้ก็ไม่เสียหาย แต่สำหรับผู้ที่รักการบุกเบิกและ Heritage ระดับตำนาน ความฝันของคุณเริ่มต้นแล้ว ณ จุดนี้

Longines Heritage 1945 – วินเทจคืนชีพที่คลาสซี่กว่าเดิม

ณ เวลานี้กระแส Remake Vintage มาแรงสุดจนหยุดไม่อยู่ หนึ่งในเรือนนาฬิกาที่เข้าร่วมกระแสนี้และทำออกมาได้สะดุดตาก็คือ Longines Heritage 1945 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากรุ่นพี่อย่าง 1940s Logines ที่มีขนาด 40 มิลลิเมตร มาพร้อมกับเคสขนาดเท่าเดิมที่มีความเรียบง่าย แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความทันสมัย เสริมด้วย Dial สี Copper ที่ออกแบบมาอย่างมีสมดุล ลงสีตัวเลขและเข็มด้วยเหล็กสีน้ำเงินอย่างบรรจง และภายในเป็น Automatic Movement รุ่น L609.3 ออกแบบบนพื้นฐานของ ETA 2895/2 เป็น Automatic Mechanical Movement ที่มี Jewel ถึง 24 ชิ้น และมีพลังงานสำรองอยู่ที่ 42 ชั่วโมง ราคาเริ่มต้นมือหนึ่งอยู่ในช่วง 5 หมื่นกลางๆ เท่านั้น สมราคาแล้วกับนาฬิกาสุดคลาสซี่ที่ลงตัวเรือนนี้

RELATED POSTS

Our recent work

ประวัติศาสตร์ของ Jaeger-Lecoultre
ประวัติศาสตร์ของ Jaeger-Lecoultre
ประวัติศาสตร์ 200 ปี ของ Jaeger-Lecoultre
Smart watch จาก G-shock
Smart watch จาก G-shock
G-Shock Move นาฬิการุ่นใหม่จาก Casio…
ตำนาน Omega Speedmaster
ตำนาน Omega Speedmaster
นาฬิกา Omega Speedmaster…
ส่องนาฬิกาแบมแบม
5 นาฬิกาสำหรับคุณผู้หญิงในงบ 1แสนขึ้น
5 นาฬิกาสำหรับคุณผู้หญิงในงบ 1แสนขึ้น
5 นาฬิกาสำหรับคุณผู้หญิงที่อยากให้รางวัลตัวเอง
แนะนำ 10 นาฬิกาที่น่าสนใจในงบ 3 แสนบาท
แนะนำ 5 นาฬิกาสุดหรูสำหรับคุณผู้หญิง
แนะนำนาฬิกา Dress Watch 5 เรือน ในงบ 5 หมื่น
แนะนำนาฬิกา Dress Watch 5 เรือน ในงบ 5 หมื่น
นาฬิกาข้อมือสุดเรียบหรูและเรียบง่าย…
กำเนิด Seamaster
กำเนิด Seamaster
Seamaster เป็นอีกหนึ่งคอลเลคชั่นของ Omega…