ตำนาน Omega Speedmaster

นาฬิกา Omega Speedmaster ได้กลายเป็นตำนานนาฬิกาที่ได้ขึ้นไปสู่พื้นผิวของดวงจันทร์ และเป็น King of chronograph เพราะเป็นนาฬิกาเรือนเดียวที่ผ่านบททดสอบของ NASA และถูกใช้ในภารกิจบนดวงจันทร์ จนได้รับฉายาว่า The Moon Watch

จุดเริ่มต้นของ Omega Speedmaster

ก้าวแรกของ Speedmaster

นาฬิกาคอลเล็กชั่น Speedmaster ถูกปล่อยออกมาสู่แวดวงอุตสาหกรรมนาฬิกาครั้งแรกในปี ค.ศ. 1957 โดยจุดประสงค์ของแบรนด์ Omega ตอนนั้นเป็นการเปิดตัว Speedmaster ในรูปลักษณ์ของ Sport and Racing Watch และวางตำแหน่งให้นาฬิการุ่นนี้ได้ใช้เป็นนาฬิกาจับเวลาในการแข่งขันโอลิมปิกโลก โดยชื่อคอลเล็กชั่น Speedmaster ถูกเลือกมาจากกรอบหน้าปัดที่เป็นมาตรวัดความเร็ว และสามารถวัดความเร็วได้จริง เพียงแค่กด Pusher ปุ่มบนสุด เจ้าเข็มวินาทีก็จะวิ่งวนจับเวลาและใช้วัดความเร็วได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นนวัตกรรมกรอบหน้าปัดที่แบรนด์ Omega คิดค้นสำหรับนาฬิกาคอลเล็กชั่น Seamaster โดยเฉพาะ

นาฬิกา Chronograph เรือนแรกของแบรนด์

นาฬิกาที่มีฟังก์ชั่น Chronograph เรือนแรกของแบรนด์

นาฬิกา Speedmaster เรือนแรกที่ถูกเปิดตัวในปี ค.ศ. 1957 คือ Speedmaster Ref. CK2915 เรียกสั้น ๆ ว่า “Broad Arrow” ถูกออกแบบโดยนักออกแบบนาฬิกาชาวสวิสเซอร์แลนด์ ที่ได้รังสรรค์จุดเด่นในตำนานของนาฬิกา Speedmaster หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหน้าปัด Chronograph ทั้งสามวงที่ถูกวางตำแหน่งได้ดูสวยงามพอดิบพอดี, ตัวเรือนมีขนาดอยู่ที่ 39 มม., กระจกหน้าปัดชนิด Plexiglas Crystal, เข็มสั้นที่ออกแบบเป็นหัวลูกศร, เข็มยาวเป็นทรงแหลมสไตล์เข็มวัดความเร็วบนหน้าปัดรถยนต์ที่นอกจากจะดูเท่แล้ว ยังสามารถช่วยให้ผู้ใช้งานอ่านและมองเห็นง่าย, Movement ภายในเป็น Calibre 321 และ Speedmaster รุ่นแรกจะไม่มี Crown Guard ถือว่าเป็นต้นแบบในการพัฒนานาฬิกาคอลเล็กชั่นให้ออกมาใหม่ได้เป็นอย่างดี

Movement Calibre 321 กลไกที่ผ่านบททดสอบ NASA

กลไกที่ผ่านการทดสอบของ NASA

Calibre 321 ถูกเลือกให้เป็น Movement ขับเคลื่อนของนาฬิกา Speedmaster Ref. CK2915 โดยกลไกตัวนี้เปิดตัวในปี ค.ศ.1942 ซึ่งถือเป็นการร่วมมือพัฒนา Movement ระหว่างแบรนด์ Omega และบริษัท Lemania (ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Omega ในตอนนั้น) โดยจุดเด่นของ Calibre 321 คือการเป็นสุดยอดด้านเทคโนโลยี Lateral Clutch สำหรับนาฬิกาประเภท Chronograph อีกด้วย จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1946 Movement Calibre 321 ได้ถูกพัฒนาให้มีความแข็งแกร่งและทนทานมากขึ้น โดยสามารถป้องกันคลื่นสนามแม่เหล็กและ Bow Shocks ทำให้นาฬิกา Speedmaster ผ่านการทดสอบขององค์การ NASA และเป็นใบผ่านทางให้ Speedmaster ก้าวออกไปสู่ดวงจันทร์

บททดสอบสุดโหดของ NASA

มีเพียง Speedmaster เท่านั้นที่ผ่านบททดสอบของ NASA

ความสำเร็จขั้นที่ 1 ของ Speedmaster คือได้ออกไปสู่ห้วงอวกาศในวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1962 และในปีเดียวกันนั้นเอง องค์การ NASA ก็ได้เตรียมภารกิจท่องอวกาศไว้อีกสองภารกิจใหญ่ๆ คือ The Gemini mission และ The Apollo mission ทาง NASA จึงได้กว้านซื้อนาฬิกา Chronograph หลายรุ่นจากหลายแบรนด์ดัง เช่น Breitling, Longines, Omega, Rolex และอีกหลายแบรนด์ โดย NASA ได้กำหนดนาฬิกาที่จะเข้ารับบททดสอบจะต้องมีคุณสมบัติสำคัญ 7 ข้อ หลังจากที่ NASA ได้นาฬิกาที่ผ่านการทดสอบในเบื้องต้นมาแล้วก็จะนำมาทำการทดสอบในกระบวนการ “Qualification Test Procedures” ซึ่งเป็นการทดสอบความทนทานต่อสภาวะแวดล้อมต่างๆ 11 ข้อ โดยขั้นตอนการทดสอบใช้เวลานานถึง 3 ปี จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1965 ผลการทดสอบออกมาว่ามีเพียงนาฬิกา Omega Speedmaster เท่านั้นที่ผ่านการทดสอบทั้งหมด และในที่สุดก็ถูกสวมใส่บนข้อมือของนักบินอวกาศบนยานอวกาศ The Gemini Titan III

The Moon Watch นาฬิกาเรือนแรกบนดวงจันทร์

Omega Speedmaster นาฬิกาเรือนแรกที่ได้ไปบนดวงจันทร์

แฟนคลับดาราศาสตร์หลายๆ คนคงทราบกันดีว่า ในวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1969 กับภารกิจ The Apollo 11 ที่มีนักบินอวกาศคนสำคัญของโลก Neil Armstrong เป็นมนุษย์คนแรกที่ได้ก้าวเท้าลงเหยียบบนพื้นผิวดวงจันทร์ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น! เรื่องราวสำคัญอยู่ที่ว่า นักบินอวกาศคนที่เหยียบดวงจันทร์เป็นคนที่สอง Buzz Aldrin ที่ตามลงไปสบทบกับ Neil ในไม่กี่นาทีถัดมา สวมใส่นาฬิกา Omega Speedmaster Professional, calibre 321 ซึ่งกลายเป็นนาฬิกาเรือนแรกของโลกที่ได้ลงสู่พื้นผิวดวงจันทร์

ฟังก์ชั่นของ Speedmaster ที่ช่วยชีวิต Apollo

เหตุฉุกเฉินบนยาน Apollo 13 ในปี 1970

เมื่อยาน Apollo 13 ที่กำลังปฏิบัติภารกิจมุ่งสู่ดวงจันทร์เป็นครั้งที่ 2 เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นอย่างกะทันหัน เมื่อถังสำรองออกซิเจนในตัวยานระเบิด ทำให้ระบบไฟฟ้าภายในยานต้องสำรองไว้ใช้แค่สื่อสารกับทีมควบคุมบนโลกเท่านั้น อุปกรณ์อย่างอื่นจึงไม่สามารถใช้งานได้อีก รวมถึงหน้าปัดและตัวจับเวลาอื่นๆ ด้วย และในเมื่อไม่มีนาฬิกาหรือตัวจับเวลาใดๆ ในยานที่จะสามารถใช้งานได้ Jack Swigert จึงตัดสินใจใช้ Omega Speedmaster ที่ใส่อยู่จับเวลาอย่างแม่นยำเป็นเวลา 14 วินาที เพื่อใช้จุดระเบิดเครื่องขับแรงดันและใช้แรงเหวี่ยงของดวงจันทร์ช่วยส่งยานกลับมายังโลก ซึ่งยาน Aquarius Lunar Module ก็ร่อนลงที่มหาสมุทรแปซิกฟิคและนักบินอวกาศทั้งสามก็รอดชีวิตในที่สุด

Speedmaster กับการทดสอบความแข็งแกร่งที่ไม่เคยสิ้นสุด

Speedmaster ต้องเจอกับบททดสอบสุดแกร่ง

องค์การ NASA ไม่เคยหยุดสำรวจจักรวาลอันกว้างใหญ่นอกโลก และนาฬิกา Omega Speedmaster Professional ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเสมอสำหรับทุกภารกิจ โดยในปี ค.ศ. 1978 นาฬิกา Speedmaster ได้รับความไว้วางใจให้ใช้งานในภารกิจ Space Shuttle Programme แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการทดสอบความแข็งแกร่งจากบททดสอบที่โหดหินมากกกว่าเดิม ไม่เพียงแค่เป็นนาฬิกาที่ NASA ไว้ใจเท่านั้น แม้กระทั่งคู่แข่งอย่างรัสเซีย ยังนำนาฬิกา Speedmaster Professional ขึ้นไปทดสอบความทนทานถึงบนสถานีอวกาศมีร์ โดยใช้เวลาทดสอบนานกว่า 1 ปี (ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1993 ถึงกรกฎาคม ค.ศ. 1994) จนผ่านการทดสอบและถูกสวมใส่โดยนักบินอวกาศที่ประจำการอยู่บนสถานีอวกาศมีร์ ทำให้ Speedmaster Professional กลายเป็นนาฬิกาที่ถูกทดสอบมากที่สุดในโลก

RELATED POSTS

Our recent work

ประวัติศาสตร์ของ Jaeger-Lecoultre
ประวัติศาสตร์ของ Jaeger-Lecoultre
ประวัติศาสตร์ 200 ปี ของ Jaeger-Lecoultre
Smart watch จาก G-shock
Smart watch จาก G-shock
G-Shock Move นาฬิการุ่นใหม่จาก Casio…
ตำนาน Omega Speedmaster
ตำนาน Omega Speedmaster
นาฬิกา Omega Speedmaster…
ส่องนาฬิกาแบมแบม
5 นาฬิกาสำหรับคุณผู้หญิงในงบ 1แสนขึ้น
5 นาฬิกาสำหรับคุณผู้หญิงในงบ 1แสนขึ้น
5 นาฬิกาสำหรับคุณผู้หญิงที่อยากให้รางวัลตัวเอง
แนะนำ 10 นาฬิกาที่น่าสนใจในงบ 3 แสนบาท
แนะนำ 5 นาฬิกาสุดหรูสำหรับคุณผู้หญิง
แนะนำนาฬิกา Dress Watch 5 เรือน ในงบ 5 หมื่น
แนะนำนาฬิกา Dress Watch 5 เรือน ในงบ 5 หมื่น
นาฬิกาข้อมือสุดเรียบหรูและเรียบง่าย…
กำเนิด Seamaster
กำเนิด Seamaster
Seamaster เป็นอีกหนึ่งคอลเลคชั่นของ Omega…