เปิดตัว Rolex 2020 คอลเลกชันใหม่ล่าสุด

หลายคนที่ตั้งหน้าตั้งตารอนาฬิการุ่นใหม่จาก Rolex ในที่สุดก็ได้เปิดตัวแล้วกับคอลเลกชันใหม่ล่าสุดปี 2020 ที่มีการอัปเดตจากรุ่นเดิม รวมถึงการเปิดตัวรุ่นใหม่ ๆ ด้วย ซึ่งทาง Auction House ก็ได้รวบรวมข้อมูลทั้ง 4 คอลเลกชัน ที่ถูกอัปเดตเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดไว้ให้ทุกคนแล้ว ถ้าอยากรู้ว่ามีรุ่นไหนมาใหม่ และมีจุดเด่นอย่างไรบ้าง ตามมาอ่านกันเลย

Oyster Perpetual - สีสันสดใส

Oyster Perpetual รุ่นใหม่ 2020

มาเริ่มกันที่รุ่นแรก Oyster Perpetual ที่เป็นการอัปเกรด Movement ใหม่ล่าสุด Calibre 3230 มาพร้อมความสามารถในการสำรองพลังงานที่เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 70 ชั่วโมง ส่วนตัวเรือนจาก 39 มม. ก็ถูกปรับขนาดเป็น 41 มม. แต่ที่น่าสนใจคือเวอร์ชัน 41 และ 36 มม. ที่มาพร้อมกับหน้าปัดสีสันสดใส ซึ่งจะมีสีใหม่ทั้งหมด 7 สี ในช่วงปีที่ผ่านมานี้จะเริ่มเห็นหลาย ๆ แบรนด์ปล่อยนาฬิกาที่เป็นคอลเลกชันสีสดใสออกมาเรื่อย ๆ จนเป็นกระแส และในครั้งนี้เอง Rolex ก็อัปเกรดนาฬิกาคอลเลกชันนี้ให้มีสีสันสะดุดตาเพื่อตอบสนองต่อเทรนด์ที่กำลังมา

นาฬิกา Oyster Perpetual รุ่นใหม่ Oyster Perpetual 41 และ Oyster Perpetual 36 เพิ่มความโดดเด่นให้กับรูปลักษณ์ของตัวเรือน ซึ่งทำมาจาก Oystersteel มาพร้อมกับขอบนาฬิกาทรงโดมดูมีมิติ โดยรุ่น 41 มม. ประกอบไปด้วยหน้าปัดสีเงิน และ ดำสว่าง ราคาเปิดตัวทั้งสองเรือนอยู่ที่ 201,600 บาท ส่วนรุ่น 36 มม. ประกอบด้วยหน้าปัดสี ชมพู, ฟ้าสว่าง, เหลือง, เขียวเข้ม ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 190,800 บาท และแดงปะการัง ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 176,400 บาท

Datejust - 4 เรือนใหม่

Datejust รุ่นใหม่ 2020

มาต่อกันที่คอลเลกชัน Datejust โดย Movement เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด Calibre 2236 (Datejust 31) และ Calibre 3235 (Datejust 36 และ Datejust 41) สามารถสำรองพลังงานได้ 55 ชั่วโมง และ 70ชั่วโมง

โดยจะมีรุ่นใหม่อยู่ 4 รุ่น เรือนแรก โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีเขียวมินต์ตกแต่งผิวซันเรย์ มาพร้อมสายนาฬิกา Jubilee หน้าปัดขนาด 31 มม. ราคา 273,600 บาท เรือนที่สอง หน้าปัดเคลือบแลคเกอร์สีขาวมาร์กเกอร์เป็นเลขโรมัน มาพร้อมสายนาฬิกา Oyster หน้าปัดขนาด 31 มม. 266,400 บาท เรือนที่สาม หน้าปัดสีเทาเข้มตกแต่งผิวซันเรย์ มาพร้อมสายนาฬิกา Jubilee หน้าปัดขนาด 31 มม. ราคา 273,600 บาท และเรือนสุดท้ายถือเป็นไฮต์ไลท์เลย มาพร้อมกับขอบหน้าปัดประดับเพชรเจียระไน 46 เม็ด โดยส่วนที่โดนเด่นที่สุดก็คงเป็นตัวเลขโรมัน VI ประดับเพชรที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ส่วนหน้าปัดเป็นสีม่วงเข้มตกแต่งผิว Sunray มาพร้อมสายนาฬิกา Oyster หน้าปัดขนาด 31 มม. ราคา 550,800 บาท

Submariner - ขนาดใหม่

Submariner รุ่นใหม่ 2020

มาต่อกันที่คอลเลกชันขวัญใจคนไทยอย่าง Submariner Date และ No Date รุ่นใหม่ทั้งหมด 4 เรือน และมีการอัปเดตคอลเลกชันทั้งหมด โดยตัวเรือนของนาฬิกาทั้งสองได้รับการออกแบบใหม่ให้มีขนาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 40 มม. เป็น 41 มม. นอกจากนี้แล้วก็ยังมีการปรับ Lugs ให้เล็กกว่าเดิม ทำให้ตัวเรือนดูเพรียวขึ้น

Submariner และ Submariner Date รุ่นใหม่ มาพร้อมกับกลไกรุ่นใหม่ Calibre 3230 และ Calibre 3235 เป็นกลไกไขลานอัตโนมัติที่ผลิตและพัฒนาขึ้นโดย Rolex ซึ่งนวัตกรรมนี้ทำให้นาฬิการุ่นใหม่มีความคงที่มากขึ้น โดยภายในติดตั้งแฮร์สปริง Parachrom สีฟ้าที่มีความเที่ยงตรงมากกว่าแฮร์สปริงแบบดั้งเดิมเมื่อเกิดการกระแทกถึง 10 เท่า มาพร้อมกับความสามารถในการสำรองพลังงานเพิ่มขึ้นถึง 70 ชั่วโมง!

โดย Submariner จะมีสีใหม่ 3 รุ่น คือตัวแรกที่มาแทน Submariner Hulk ถูกปรับสีเป็นหน้าปัดสีดำและขอบหน้าปัดสีเขียว ซึ่งก็จะให้ความรู้สึกคล้าย ๆ Kermit ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 327,600 บาท ส่วนตัวที่สอง Submariner Date เวอร์ชัน Yellow Rolesor (ที่ผสมผสาน Oystersteel กับทองคำ 18K) มาพร้อมกับหน้าปัดสีรอยัลบลู ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 489,600 บาท และตัวสุดท้ายที่เป็นไฮต์ไลท์ของปีนี้เลยก็คือ Submariner Date White Gold รุ่นใหม่ ที่ทำจากทองคำขาว 18K โดดเด่นด้วยขอบหน้าปัด Cerachrom สีน้ำเงินตัดกับหน้าปัดสีดำได้อย่างลงตัว โดยราคาเปิดตัวอยู่ที่ 1,360,800 บาท!

Sky-Dweller - สาย Oysterflex

Sky-Dweller รุ่นใหม่ 2020

ปิดท้ายด้วยคอลเลกชัน Sky-Dweller ที่ได้รับการอัปเดตใหม่ Sky-Dwellers ทำจากทองคำ 18 กะรัต มาพร้อมหน้าปัดสีดำสว่าง และสายนาฬิกา Oysterflex พูดง่าย ๆ ก็คือการออกแบบต่าง ๆ ยังเหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนสายใหม่เท่านั้นเอง อาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่นาฬิการุ่นใหม่นี้ก็ให้ลุคที่ดูเท่ขึ้นจากเดิม

ก่อนอื่นเลย มาทำความรู้จักกับสาย Oysterflex กันก่อน Oysterflex ไม่ใช่สายยางธรรมดา แต่เป็นสายนาฬิกาได้รับการพัฒนาและจดสิทธิบัตรโดย Rolex ด้านในทำมาจากไทเทเนียมและแผ่นโลหะนิกเกิลอัลลอยด์ แล้วหุ้มด้วยอีลาสโตเมอร์ จึงได้ทั้งความแข็งแรงและความยืดหยุ่นในตัว โดยรวมแล้วการจับคู่สาย Oysterflex กับนาฬิกาคอลเลกชันนี้ก็ถือว่าลงตัวมาก ๆ ซึ่งราคาเปิดอยู่ที่ 1,371,600 บาท

RELATED POSTS

Our recent work

ทำความรู้จักคอลเลกชัน Vacheron Constantin Égérie Collection
ทำความรู้จักคอลเลกชัน Vacheron Constantin Égérie Collection
ทำความรู้จักคอลเลกชัน Vacheron Constantin Égérie Collection
ทำความรู้จักนาฬิกา 6 เรือน ในคอลเลกชัน Street Fighter Limited Edition
ทำความรู้จักนาฬิกา 6 เรือน ในคอลเลกชัน Street Fighter Limited Edition
ทำความรู้จักนาฬิกา 6 เรือน ในคอลเลกชัน Street Fighter Limited Edition
A. Lange & Söhne ตำนานสายเลือดช่างทำนาฬิกาอัจฉริยะ
ทำความรู้จักนาฬิกายอดฮิตของ Patek Philippe
ทำความรู้จักนาฬิกายอดฮิตของ Patek Philippe
ทำความรู้จักนาฬิกายอดฮิตของ Patek Philippe "NAUTILUS"
Watch Movement คืออะไรและทำงานอย่างไร
Watch Movement คืออะไรและทำงานอย่างไร
Watch Movement คืออะไรและทำงานอย่างไร
Panerai ยอดนิยม 6 รุ่นที่ AH ให้ความสนใจ
ทำความรู้จัก Sea-Dweller และ Deepsea จากแบรนด์ Rolex
ทำความรู้จัก Sea-Dweller และ Deepsea จากแบรนด์ Rolex
Auction House จะพาทุกคนมารู้จักรุ่น Sea-Dweller และ Deepsea…
เปิดตัว G-SHOCK MRG-B2000SH
เปิดตัว G-SHOCK MRG-B2000SH
เปิดตัว G-SHOCK รุ่น Limited Edition ในเดือนสิงหาคม 2020
Grand Seiko กลับมาอีกครั้งกับเซรามิกเซอร์โคเนีย
Grand Seiko กลับมาอีกครั้งกับเซรามิกเซอร์โคเนีย
The Grand Seiko Blue Ceramic Hi-Beat GMT 36000 'Special' Limited Edition ฉลองครบรอบ 20 ปี ของ Caliber 9S