รวมนาฬิกา 7 คู่เพื่อเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์

นาฬิกา 7 คู่เพื่อเป็นของขวัญ

ของขวัญวันวาเลนไทน์ส่วนใหญ่ก็คงไม่พ้นช็อกโกแลต ดอกกุหลาบ หรือไม่ก็เสื้อคู่อะไรทำนองนั้น หากเทศกาลความรักปี 2020 นี้ คุณไม่อยากทำอะไรจำเจแล้วล่ะก็ ลองหาซื้อนักนาฬิกาใส่คู่กับคนรักของคุณดีไหม? ส่วนจะเลือกเรือนไหนนั้น ทาง Auction House ได้เตรียมข้อมูลไว้ให้แล้ว 7 คู่ดังนี้

Junghans - Max Bill และ Max Bill Ladies

Max Bill ที่สุดแห่งความมินิมอล

ซีรีส์ Max Bill คือนาฬิกามินิมอลที่แท้จริง นาฬิการุ่นนี้ยังได้รับการออกแบบโดย Max Bill นักออกแบบชื่อดังผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Bauhaus โดยตรงอีกด้วย ส่งผลให้นาฬิกาจาก Junghans คอลเลกชั่นนี้มีดีไซน์มินิมอลอย่างเต็มที่ ประกอบไปด้วยหน้าปัดที่ดูสะอาดตา แฝงไปด้วยลูกเล่นการสะท้อนแสงกับกระจกทรงโดมที่สามารถเปลี่ยนสีหน้าปัดจากสีเงินเป็นสีขาวได้ มีฟ้อนท์อ่านง่ายพร้อมกับการพิมพ์ที่คมชัด ช่วยให้ดูเวลาได้สะดวกโดยไม่ต้องเพ่งนาน ๆ เป็นการดีไซน์ที่ดีเยี่ยม ตอบโจทย์ Bauhaus Design ที่ “เน้นการใช้งานก่อนการออกแบบ (Form Follows Function)” ได้อย่างไม่มีที่ติ

Max Bill มีหลายรุ่นย่อย ซึ่งแตกต่างกันไปตามขนาดตัวเรือน สีและลวดลายของหน้าปัด และสีสายหนัง แต่ครั้งนี้เราจะขอหยิบรุ่น 4700 สำหรับคุณผู้ชายและรุ่น 4251 สำหรับคุณผู้หญิงมาเล่าให้ฟังเพื่อเป็นตัวอย่าง สำหรับรุ่นแรกนั้นมีขนาด 38 x 10 มม. หน้าปัดสะอาดตาสีเงินด้านพร้อมฟังก์ชั่น Date ใช้กลไก Automatic มาพร้อมกับสายหนัง ส่วนรุ่น Ladies นั้นมีขนาดที่ 32.7 x 6.9 มม. เล็กกำลังดีสำหรับข้อมือของสาว ๆ หน้าปัดสีเงินด้านและมีฟังก์ชั่น Date เช่นกัน แต่ใช้กลไก Quartz และมาพร้อมกับสายหนัง ส่วนราคานั้นอยู่ที่ 33,000 และ 15,000 บาทตามลำดับ

ซีรีส์ Max Bill นั้นอยู่มานานกว่า 58 ปีแล้วโดยที่ยังคงปรัชญาดีไซน์ดั้งเดิมไว้เสมอและไม่มีการเปลี่ยนแปลงดีไซน์นาฬิกาเลย การสวมใส่ Max Bill คู่กันจึงเป็นการสื่อความหมายว่าทั้งคู่จะรักกันเหมือนเดิมตราบนานเท่านาน

Cartier - Tank Solo

Tank Solo - ตำนานรถถังที่เข้าได้ดีกับคนทุกเพศ

อีกหนึ่งตำนาน iconic ที่โด่งดังมาตั้งแต่ปี 1971 แม้จะมีจุดเริ่มต้นจากรถถัง Renault ที่ดูแข็งแรงและเกรี้ยวกราดแต่ Tank ถูกออกแบบให้เป็น Dress watch มาตั้งแต่ต้น โดยมีดีไซน์ทรงเหลี่ยมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสายพานของล้อรถถัง ที่น่าสนใจคือการที่ Tank โด่งดังมาได้นั้นเป็นเพราะเจ้าหญิงไดอาน่าได้เลือกสวมใส่ ทำให้ Tank มีภาพลักษณ์เป็นนาฬิกาของเหล่าราชวงศ์ไปโดยปริยาย ปัจจุบัน Tank คือนาฬิกาที่ใครจะสวมใส่ก็ได้ ผู้ชายอย่าง Rami Malek ใส่แล้วก็ดูเท่ ผู้หญิงอย่าง Angelina Jolie ใส่แล้วก็ดูแกร่งไม่เบา

แน่นอนว่า Tank ที่กระแสดีขนาดนี้ย่อมมากับตัวเลือกที่มากมายจนลายตา เราจึงขอเลือก Tank Solo รหัส WSTA0028 มาแนะนำ เพราะเป็นรุ่นเริ่มต้นแถมยังอัดแน่นไปด้วยความคลาสสิกที่แท้จริง และราคายังเข้าถึงได้ง่ายอีกด้วย ตัวเรือนทรงเหลี่ยมทำจาก stainless steel ขนาด 34.8 x 27.4 x 5.55 มม. จุดเด่นอยู่ที่เม็ดมะยมสีน้ำเงินที่ชี้ออกมาอย่างสะดุดตา หน้าปัดสีเงินสว่างพร้อมมาร์คเกอร์ตัวเลขโรมันและเข็มบอกเวลาทรงดาบ ขับเคลื่อนด้วยกลไก Quartz และมาพร้อมสายหนังวัวอ่อนสีดำ ราคาเริ่มต้นที่ 88,000 บาท หากคู่รักคู่ไหนสามารถใส่ Tank ด้วยกันได้ นั่นแปลว่าคู่รักคู่นั้นคงต้องเป็นรักแท้อย่างแน่นอน

IWC - Portofino Automatic

Portofino - มินิมอลในวันสบายๆ

ในบรรดาคอลเลกชั่นนาฬิกาของ IWC นั้น ซีรีส์ Portofino คือคอลเลกชั่นสุดประทับใจของหนุ่มสาวมายาวนานกว่า 30 ปี ด้วยดีไซน์มินิมอลเรียบง่าย พร้อมให้กลิ่นอายความเป็น Pocket Watch บนข้อมือของผู้สวมใส่ และสะท้อนไลฟ์สไตล์ในวันสบาย ๆ ณ ท่าเรือ Portofino แห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน Portofino ที่เราอยากแนะนำนั้นเป็นรุ่นรหัส IW356517 ขนาด 40 x 9.2 มม. ที่สวมใส่ได้ทั้งหนุ่ม ๆ และสาว ๆ ตัวเรือนวัสดุ Stainless Steel หน้าปัดสีเงินตัดกับเข็มบอกเวลาและมาร์คเกอร์เลขโรมันทองคำได้อย่างลงตัว มีฟังก์ชั่น Date ที่ตำแหน่งสามนาฬิกา นอกจากนี้หน้าปัดยังมี Sun-Pattern Finish ช่วยแฝงความหรูหราเอาไว้อีกด้วย ขับเคลื่อนด้วยกลไก automatic รุ่น 35111 Calibre ที่มีชิ้นส่วน 163 ชิ้นพร้อม jewels 25 ชิ้น มาพร้อมกับสายหนังจระเข้สีดำ ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 147,000 บาท นี่คือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความมินิมอลและคลาสสิก เหมาะอย่างยิ่งกับคู่รักที่ดูเหมือนสไตล์จะไปกันคนละทางแต่เมื่ออยู่ด้วยกันแล้วกลับลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

Rolex - Submariner และ Yacht-Master

Submariner & Yacht-Master- สุดยอดนาฬิกากันน้ำ

คงไม่ต้องกล่าวอะไรมากสำหรับ Submariner นาฬิกาดำน้ำที่เป็นแม่แบบของ Dive Watch มาตั้งแต่ปี 1953 นี่คือนาฬิการุ่นแรกของ Rolex ที่สามารถลงน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร แถมยังเป็นนาฬิกาที่ Sean Connery ผู้รับบท James Bond ในภาพยนตร์ 007 ภาค Dr. No (1962) เลือกสวมใส่อีกด้วย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสุภาพบุรุษผู้ครบเครื่องตั้งแต่หัวจรดเท้า ส่วน Yacht-Master I นั้นเปิดตัวในปี 1992 โดยถูกออกแบบมาให้เป็นนาฬิกาสำหรับนักแล่นเรือใบและเป็น Generation ใหม่ของ Submariner ที่มี Finish ที่สูงขึ้น ส่งผลให้ตัวเรือนดูหรูหรามากกว่าเดิม เหมาะสำหรับหนุ่มสาวยุคใหม่เป็นอย่างยิ่ง

แม้ Submariner และ Yacht-Master I จะมีหลายรุ่นหลากสีให้เลือก แต่สำหรับเทศกาลวาเลนไทน์ทั้งทีเราจึงขอเลือกรุ่น 116610LN และ 268622 มานำเสนอเพราะโทนสีและราคาของทั้งคู่แมทช์กันได้ดี สเปคคร่าว ๆ ของ Submariner คือตัวเรือนมีขนาดที่ 40 มม. วัสดุ Oystersteel หน้าปัดสีดำพร้อมฟังก์ชั่น Date ใช้กลไก Automatic รุ่น 3135 และลงน้ำลึกได้ถึง 300 เมตร ส่วน Yacht-Master I ของสาว ๆ มีขนาดเล็กกว่าที่ 37 มม. วัสดุ Oystersteel ผสม Platinum หน้าปัดสี Dark Rhodium พร้อมฟังก์ชั่น date ใช้กลไก Automatic รุ่น 2236 และสามารถลงน้ำลึกได้เพียง 100 เมตรเท่านั้น ส่วนราคานั้นคือ 306,000 และ 385,200 บาทตามลำดับ ห้ามพลาดเด็ดขาดสำหรับคู่รักที่ชอบผจญภัยในมหาสมุทร!

Audemars Piguet - Royal Oak

Royal Oak - สปอร์ตหรูเรือนแรกของโลก

Royal Oak คือ Luxury Sports Watch เรือนแรกของโลกซึ่งนับว่าเป็นนิยามใหม่ของวงการนาฬิกา นอกจากรูปทรง 8 เหลี่ยมแล้วอีกจุดเด่นที่เป็นไฮไลท์ของ Royal Oak ก็คือหน้าปัดสีน้ำเงินที่มีแพทเทิร์นตารางที่สังเกตได้แต่ไกล สำหรับรุ่นของคุณผู้ชายนั้นเราขอเลือกรุ่น “JUMBO” EXTRA-THIN รหัส 15202ST.OO.1240ST.01 ขนาด 39 x 8.1 มม. ซึ่งเป็นขนาดเดียวกับตัว Original ตัวเรือนใช้วัสดุ Stainless Steel หน้าปัดสีน้ำเงินพร้อมมาร์คเกอร์เรืองแสงทำจาก White Gold มีฟังก์ชั่น Date และบอกเวลาด้วยกลไป Automatic รุ่น Calibre 2121 ที่สามารถมองเห็นได้ด้านหลังหน้าปัด ส่วนคุณผู้หญิงนั้นก็คงต้องใช้เรือนที่ดีไซน์ดูหรูขึ้นมาหน่อย เราจึงเลือกรุ่นรหัส 15451ST.ZZ.1256ST.03 ขนาด 37 x 9.8 มม. หน้าปัดและวัสดุแบบเดียวกัน สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือเพชรประดับขอบ Bezel จำนวน 40 ชิ้นรวมน้ำหนักประมาณ 0.92 กะรัต และขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 3120 ที่สามารถรับชมได้จากหลังตัวเรือนเช่นกัน ราคาของ Royal Oak สองเรือนนี้คือ 750,000 และ 671,000 บาทตามลำดับ คู่รักที่สวมใส่ Royal Oak ด้วยกันก็คงเป็นเหมือนคู่ที่ตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกพบและความสัมพันธ์นั้นยังคงแข็งแกร่ง ยั่งยืน และสง่างามอยู่จนถึงทุกวันนี้และตลอดไป

Patek Philippe - Nautilus และ Aquanaut

Nautilus & Aquanaut - จะแกร่งก็ได้จะหวานก็ดี

เมื่อพูดถึง Royal Oak แล้วก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่พูดถึง Nautilus เพราะทั้งสองรุ่นนี้เกิดมาจากนักออกแบบคนเดียวกัน! หน้าตาขอบหน้าปัดแปดเหลี่ยมเส้นมนของ Nautilus ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหน้าต่างของเรือ ส่วน Aquanaut คือน้องใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Nautilus มาอีกที ตัวเรือนโดดเด่นด้วยรูปทรงแปดเหลี่ยมที่โค้งมนกว่าเดิม จริงอยู่ว่าทั้งชายและหญิงสามารถสวมใส่รุ่นไหนก็ได้ แต่เราขอเลือก Nautilus ที่มีความสปอร์ตแบบสตรองให้กับคุณผู้ชาย และ Aquanaut สปอร์ตสายหวานให้กับคุณผู้หญิง

Nautilus รุ่นนี้คือรหัส 5711/1A ที่ขนาด 40 x 8.3 มม. วัสดุ Stainless Steel หน้าปัดสีน้ำเงินดำพร้อมฟังก์ชั่นวันที่ สามารถลงน้ำได้ลึกถึง 120 เมตร และใช้กลไก Automatic รุ่น 26-330 S C ส่วน Aquanaut คือรุ่นรหัส 5167R ที่ขนาด 40 x 8.1 มม. วัสดุ rose gold หวาน ๆ แต่เข้มแข็ง หน้าปัดสีน้ำตาลพร้อมมาร์กเกอร์ตัวเลขอารบิกและมีฟังก์ชั่น Date พร้อมขับเคลื่อนด้วยกลไก 324 S C ทั้งสองมีราคาอยู่ที่ 981,000 และ 1,184,400 ตามลำดับ

ชายหนุ่มคนไหนตั้งใจจะเซอร์ไพรซ์คนรักด้วยช็อกโกแลต ลองเปลี่ยนมามอบ Aquanaut สีน้ำตาลเรือนนี้ให้คนที่คุณรักดีกว่าไหม? เพราะการสวมใส่ Patek Philippe สามารถส่งมอบให้ลูกหลานได้ เป็นการสื่อความหมายว่ารักจริงหวังแต่งและต้องการใช้ชีวิตร่วมกันตลอดไป

A. Lange & Söhne - Lange1 และ Little Lange1

Lange 1 - ที่สุดของเยอรมัน

ปิดท้ายด้วย Lange 1 และ Little Lange 1 จาก A. Lange & Söhne Lange สุดยอดแบรนด์นาฬิกาอัจฉริยะจากประเทศเยอรมนี คอลเลกชั่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่หน้าปัดที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร มีหน้าต่างวันที่ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “นาฬิกา 5 นาที” มีหน้าปัดบอกเวลาที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Pocket Watch ดั้งเดิม และใช้ movement ที่มี Plate ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์มาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของแบรนด์

รุ่นที่เราอยากแนะนำคือรุ่น Moon Phase ที่มีความแม่นยำสูงถึง 99.998% สามารถแสดง Moon Phase ได้อย่างแม่นยำยาวนานถึง 122.6 ปี! สำหรับ Lange 1 Moon Phase รหัส 192.032 จะใช้วัสดุ Pink Gold มาพร้อมหน้าปัดสี Argenté ที่ทำมาจาก Solid Silver ตัวเรือนมีขนาด 38.5 x 10.2 มม. และขับเคลื่อนด้วยกลไก Automatic รุ่น L121.3 ส่วน Little Lange 1 Moon Phase น้องเล็กสำหรับสุภาสตรีนั้นใช้วัสดุ Pink Gold และมีหน้าปัดสี Argenté เช่นกัน เพิ่มเติมคือมีการแกะสลักลวดลาย Guilloché บนหน้าปัด ส่วนราคานั้นอยู่ที่ 1,385,000 และ 1,352,000 บาทตามลำดับ เหมาะอย่างยิ่งกับคู่รักผู้หลงใหลในหมู่ดาวบนท้องฟ้ายามราตรี และเป็นคู่ที่ไม่เคยยอมแพ้แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความยากลำบากใด ๆ ก็ตาม

RELATED POSTS

Our recent work

ประวัติศาสตร์ Cartier ราชันย์แห่งเครื่องประดับและช่างทำนาฬิกาที่ยอดเยี่ยม
Zenith เปิดตัวนาฬิกาที่ใช้วัสดุเงินแท้ทั้งเรือน
Zenith เปิดตัวนาฬิกาที่ใช้วัสดุเงินแท้ทั้งเรือน
Zenith Pilot Type 20 Chronograph Silver นาฬิกาเรือนแรกของคอลเลกชัน Pilot Type 20…
รวมนาฬิการาคาในงบหลักหมื่น | Watch Talk EP.10
รวมนาฬิการาคาในงบหลักหมื่น | Watch Talk EP.10
รวมนาฬิกาหลักหมื่นที่น่าสนใจซึ่งจะมีทั้ง Diver Watch, Pilot Watch…
ประวัติความเป็นมาของ Omega | Auction House
5 นาฬิกาไอเดียสุดแปลก | Watch Talk EP.09
5 นาฬิกาไอเดียสุดแปลก | Watch Talk EP.09
ในครั้งนี้ Auction House ได้รวบรวม 5…
Bremont นาฬิกาที่สร้างมาเพื่อรำลึกถึงนักฟิสิกส์ทฤษฎี Stephen Hawking
เปิดตัว OMEGA Speedmaster ‘Silver Snoopy Award’
เปิดตัว OMEGA Speedmaster ‘Silver Snoopy Award’
เปิดตัว OMEGA Speedmaster ‘Silver Snoopy Award’ 50th Anniversary
ประวัติความเป็นมาของ Rolex | Auction House
สุดยอด 5 นาฬิกา Highlight ปี 2020 | Watch Talk EP.08